การจัดการห่วงโซ่อุปทานอย่างรับผิดชอบ
กลยุทธ์การบริหารจัดการห่วงโซ่อุปทานและการบูรณาการด้านความยั่งยืน
โครงสร้างการกำกับดูแลและการบริหารจัดการ
BDMS ดำเนินการบริหารจัดการห่วงโซ่อุปทานภายใต้กรอบการกำกับดูแลที่ครอบคลุมทั้งด้านกลยุทธ์ นโยบายการจัดซื้อจัดจ้างอย่างรับผิดชอบ ตลอดจนแนวทางการบริหารความเสี่ยงและการบริหารความต่อเนื่องทางธุรกิจของห่วงโซ่อุปทาน โดยมี BDMS Supply Chain and Resource Management Committee ทำหน้าที่กำหนดทิศทาง กำกับดูแล และทบทวนผลการดำเนินงานด้านห่วงโซ่อุปทานอย่างเป็นระบบ เพื่อให้การดำเนินงานมีประสิทธิภาพ โปร่งใส และสอดคล้องกับแนวปฏิบัติสากล
ทั้งนี้ คณะกรรมการฯ มีบทบาทในการรวบรวม ติดตาม และรายงานความคืบหน้าด้านการบริหารจัดการห่วงโซ่อุปทานผ่านผู้แทนคณะกรรมการด้านห่วงโซ่อุปทานต่อคณะกรรมการเพื่อการพัฒนาอย่างยั่งยืน เพื่อกำกับ ติดตาม และผลักดันการดำเนินงานให้บรรลุเป้าหมายด้านความยั่งยืนขององค์กรอย่างต่อเนื่อง นอกจากนี้ดำเนินการรายงานผลการดำเนินงาน เป้าหมาย และความคืบหน้าต่อคณะกรรมการบรรษัทภิบาลและความยั่งยืน รวมถึงคณะกรรมการบริษัท เพื่อกำกับดูแลให้กระบวนการบริหารจัดการห่วงโซ่อุปทานดำเนินไปอย่างมีประสิทธิภาพ เป็นธรรม โปร่งใส และสามารถตรวจสอบได้ ตลอดจนสอดคล้องกับความคาดหวังของผู้มีส่วนได้เสียทุกกลุ่ม และสนับสนุนการเติบโตอย่างยั่งยืนขององค์กรในระยะยาว
แนวทางการดำเนินงาน
กลยุทธ์การบริหารจัดการห่วงโซ่อุปทาน

องค์กรได้กำหนดกลยุทธ์ “BDMS Supply Chain Synergy” เป็นแนวทางหลักในการยกระดับประสิทธิภาพและความยั่งยืนของห่วงโซ่อุปทาน ผ่านการเชื่อมโยงความร่วมมือระหว่างเครือข่ายโรงพยาบาลและคู่ค้าทางธุรกิจ ครอบคลุมกระบวนการจัดหา การจัดเก็บ การกระจายสินค้า และการบริหารคลังสินค้าอย่างเป็นระบบ เพื่อให้ทรัพยากรทางการแพทย์มีความพร้อม ถูกต้อง และสอดคล้องกับความต้องการของผู้รับบริการ อันนำไปสู่การยกระดับคุณภาพการรักษาพยาบาล การใช้ทรัพยากรอย่างมีประสิทธิภาพ และการเสริมสร้างความมั่นคงของห่วงโซ่อุปทาน
BDMS ยังดำเนินการ “จัดซื้อจัดจ้างแบบรวมศูนย์กลาง” เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการกำกับดูแล เสริมสร้างความโปร่งใส และสนับสนุนการดำเนินงานให้เป็นไปตามมาตรฐานสากล โดยการบูรณาการข้อมูลจากทุกหน่วยธุรกิจช่วยให้สามารถวิเคราะห์แนวโน้มและวางแผนเชิงกลยุทธ์ เพื่อพัฒนากระบวนการจัดซื้อจัดจ้างอย่างต่อเนื่อง
นอกจากนี้ องค์กรได้นำหลัก “การจัดซื้อจัดจ้างอย่างยั่งยืน” มาประยุกต์ใช้ในกระบวนการคัดเลือกและประเมินคู่ค้า โดยคำนึงถึงประเด็นด้านสิทธิมนุษยชน จริยธรรมทางธุรกิจ การปฏิบัติตามกฎหมาย และการบริหารจัดการผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อมและสังคม เพื่อให้มั่นใจว่าการดำเนินงานตลอดห่วงโซ่อุปทานเป็นไปตามจรรยาบรรณของคู่ค้าและหลักการดำเนินธุรกิจอย่างรับผิดชอบ
พร้อมกันนี้ BDMS มุ่ง “เสริมสร้างความสัมพันธ์เชิงกลยุทธ์กับคู่ค้ารายสำคัญ” ผ่านการแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ การพัฒนาศักยภาพร่วมกัน และการส่งเสริมการผลิตสินค้าและบริการที่มีคุณภาพและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม เพื่อร่วมกันพัฒนาห่วงโซ่คุณค่าที่ยั่งยืน ลดความเสี่ยงด้านห่วงโซ่อุปทาน และเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันขององค์กรและระบบสาธารณสุขไทยในระยะยาว
จริยธรรมและแนวปฏิบัติสำหรับคู่ค้า
จรรยาบรรณคู่ค้า BDMS
BDMS กำหนดจรรยาบรรณธุรกิจสำหรับคู่ค้า พร้อมสื่อสารให้เกิดความเข้าใจ และเพิ่มความสัมพันธ์กับคู่ค้าและสร้างคุณค่าที่ยั่งยืนสำหรับผู้มีส่วนได้เสียทั้งภายในและภายนอก รวมถึงให้เกิดการพัฒนาอย่างต่อเนื่องตลอดในห่วงโซ่อุปทาน ครอบคลุมทั้งเศรษฐกิจ สังคม สิ่งแวดล้อม และการกำกับดูแลกิจการในการดำเนินธุรกิจอย่างมีความโปร่งใส ความเป็นธรรม ตรวจสอบได้ โดยมีการติดตามผลการปฏิบัติงานของคู่ค้าผ่านระบบการตรวจประเมิน เพื่อให้มั่นใจว่าสอดคล้องกับหลักจรรยาบรรณคู่ค้า ซึ่งหากมีกรณีฝ่าฝืนข้อปฏิบัติของจรรยาบรรณคู่ค้าและส่งผลกระทบต่อการดำเนินธุรกิจของเครือ BDMS ทางคู่ค้า จะถูกเข้ากระบวนการพิจารณาถอดถอนรายชื่อในทะเบียนบัญชีรายชื่อคู่ค้าที่ได้รับการอนุมัติรับรอง (Approved Vendor List: AVL) ของระบบจัดซื้อจัดจ้าง
ขอบเขตของจรรยาบรรณคู่ค้า BDMS

แนวทางการบริหารจัดการห่วงโซ่อุปทานอย่างยั่งยืน

-
การคัดเลือกและประเมินคู่ค้าด้านความยั่งยืน
ดำเนินการจัดซื้อจัดหาสินค้าและบริการจากทั้งคู่ค้ารายใหม่และคู่ค้าปัจจุบัน ผ่านกระบวนการสรรหา คัดเลือก และประเมินคู่ค้าที่เป็นไปตามหลักเกณฑ์ด้านความยั่งยืนที่องค์กรกำหนดและสอดคล้องกับจรรยาบรรณคู่ค้า รวมถึงกระบวนการขึ้นทะเบียนบัญชีรายชื่อคู่ค้าที่ได้รับการอนุมัติ
-
การบริหารความเสี่ยงและยกระดับความยั่งยืนของคู่ค้า
บริหารจัดการความเสี่ยงด้านความยั่งยืนของคู่ค้าให้สอดคล้องกับจรรยาบรรณคู่ค้า โดยมีการติดตามและประเมินผลการดำเนินงานอย่างต่อเนื่องผ่านกระบวนการตรวจประเมิน รวมถึงการดำเนินโครงการความร่วมมือกับคู่ค้า
-
ห่วงโซ่อุปทานดิจิทัลและปัญญาประดิษฐ์ (AI)
พัฒนาการจัดซื้อจัดหาผ่านระบบดิจิทัลและการประยุกต์ใช้ปัญญาประดิษฐ์ (AI) เพื่อยกระดับประสิทธิภาพการดำเนินงาน เสริมศักยภาพการวิเคราะห์ข้อมูล และรักษาความได้เปรียบในการแข่งขัน
-
ความเป็นเลิศในการบริหารจัดการต้นทุน
ควบคุมต้นทุนอย่างมีประสิทธิภาพตลอดกระบวนการจัดซื้อจัดหาสินค้าและบริการในแต่ละประเภท เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงานโดยรวม
-
การสร้างสรรค์นวัตกรรมสินค้าและบริการร่วมกับคู่ค้า
สนับสนุนคู่ค้าในการพัฒนานวัตกรรมใหม่และการสร้างคุณค่าร่วมกัน ควบคู่กับการส่งเสริมการจัดซื้อจัดหาที่เป็นมิตรต่อ สิ่งแวดล้อม (Green Procurement) เพื่อบูรณาการการดำเนินงานอย่างยั่งยืนตลอดห่วงโซ่อุปทาน
การคัดเลือกคู่ค้า
กระบวนการคัดเลือกคู่ค้า
บริษัทฯ ดำเนินการจัดซื้อจัดหาสินค้าและบริการจากทั้งคู่ค้าใหม่และคู่ค้าปัจจุบันที่ได้รับการขึ้นทะเบียนในบัญชีรายชื่อคู่ค้าที่ได้รับการอนุมัติ (Approved Vendor List: AVL) โดยคู่ค้าทุกรายต้องผ่านกระบวนการสรรหาและการประเมินตามหลักเกณฑ์ด้านความยั่งยืนที่องค์กรกำหนด และปฏิบัติตามจรรยาบรรณคู่ค้าอย่างเคร่งครัด
เกณฑ์การคัดเลือกคู่ค้าและประเมินคู่ค้าด้านความยั่งยืน
-
ราคาและคุณภาพของสินค้าและบริการ 90%
Assessment criteria include:
-
ด้านคุณภาพ
-
ด้านราคาและความมั่นคงทางการเงิน
-
ด้านการบริการลูกค้า
-
ด้านการส่งมอบ
-
ด้านเทคโนโลยีและนวัตกรรม
-
หรือการรับรองมาตรฐานด้านการผลิตหรือมาตรฐานที่เกี่ยวข้อง เช่น อย., GMP, PIC/S, ISO9001, ISO13485 , มอก. หรือ CE Mark
-
-
ผลการดำเนินงานด้านความยั่งยืน 10%
ด้านการกำกับดูแล
เช่น ปฏิบัติตามข้อกำหนด ไม่เปิดเผยข้อมูลโดยไม่ได้รับการยินยอม หรือมีจรรยาบรรณคู่ค้าเพื่อสนับสนุนการจัดซื้อจัดจ้างอย่างยั่งยืน
ด้านสังคม
เช่น ดำเนินงานตามข้อกำหนดด้านแรงงานและหลักสิทธิมนุษยชน ได้รับการรับรองมาตรฐานด้านการดำเนินงานอย่างปลอดภัย เช่น ISO18001 หรือ ISO45001
ด้านสิ่งแวดล้อม
เช่น ดำเนินการตามข้อกำหนดที่มุ่งลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม หรือการได้รับการรับรองมาตรฐานด้านการจัดการสิ่งแวดล้อม เช่น ISO14001 หรือ Green Procurement รวมไปถึงการเลือกใช้ผลิตภัณฑ์ที่ได้รับการรับรองว่ามิตรกับสิ่งแวดล้อม เช่น กระดาษ เครื่องแบบพนักงานที่ผลิตจากวัสดุรีไซเคิล การดำเนินการบริหารจัดการสิ่งแวดล้อมที่เป็นระบบ เป็นต้น
การระบุคู่ค้าโดยตรงรายสำคัญ
บริษัทฯ ได้ดำเนินการจัดกลุ่มและจัดลำดับความสำคัญของคู่ค้า โดยให้ความสำคัญกับคู่ค้าโดยตรงรายสำคัญบนพื้นฐานของระดับความเกี่ยวข้องทางธุรกิจกับองค์กร ควบคู่กับการพิจารณาความเสี่ยงด้านความยั่งยืนของคู่ค้า โดยอ้างอิงจากเอกสารและข้อมูลที่เกี่ยวข้อง ทั้งนี้ กระบวนการคัดเลือกคู่ค้าโดยตรงรายสำคัญอาศัยหลักเกณฑ์การพิจารณา 2 ปัจจัยหลัก
-
ดำเนินงานด้านบริหารความเสี่ยงด้านความยั่งยืนสำหรับคู่ค้า
(การกำกับดูแลและเศรษฐกิจ สังคม สิ่งแวดล้อม) ซึ่งสอดคล้องกับนโยบายของบริษัทฯ ซึ่งประเมินโดยพิจารณาระดับของความเสี่ยงการประเมินจากปัจจัย :

-
การดำเนินงานด้านบริหารปัจจัยที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจ
บริษัทฯได้กำหนดหลักเกณฑ์และกระบวนการในการคัดเลือกและจัดลำดับความสำคัญตามกลุ่มผลิตภัณฑ์หรือบริการที่มีความสำคัญ
| คู่ค้าหลักตามกลุ่มผลิตภัณฑ์หรือบริการ | ||
|---|---|---|
|
Strategy Level กลุ่มผลิตภัณฑ์หรือบริการที่สำคัญและ/หรือจำเป็นต่อการดำเนินธุรกิจในระยะยาว เช่น กลุ่มยาควบคุม (Control Medicine Items) กลุ่มเครื่องมือแพทย์ที่มีความเสี่ยงต่อผู้ป่วย |
Critical Level กลุ่มผลิตภัณฑ์หรือบริการที่จำเป็น เฉพาะเจาะจงและมีส่วนสำคัญในการดำเนินงานหลักเกี่ยวข้องกับความปลอดภัยของผู้ป่วย และในการดูแลรักษาผู้ป่วย เช่น กลุ่มยาและกลุ่มเวชภัณฑ์ |
Important Level กลุ่มผลิตภัณฑ์หรือบริการที่สนับสนุนการปฏิบัติงานของบุคลากรทางการแพทย์ เช่น กลุ่มเทคโนโลยีสารสนเทศและกลุ่มงานก่อสร้าง |
โดยพิจารณาการดำเนินงานด้านบริหารที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจจากปัจจัย :

โดย BDMS ได้ทำการติดตามผลดำเนินงานด้านความยั่งยืนของคู่ค้าอย่างต่อเนื่อง โดยการประเมินทั้งสองปัจจัยร่วมกันช่วยให้องค์กรสามารถระบุคู่ค้าที่สำคัญและดำเนินการวางแผนแนวทางที่เหมาะสมในการจัดการบริหารห่วงโซ่อุปทานในระยะยาวอย่างยั่งยืน
ผลการคัดกรองคู่ค้า ปี 2568
| การคัดกรองคู่ค้า | หน่วย | จำนวน |
|---|---|---|
| จำนวนคู่ค้าลำดับที่ 1 | คู่ค้า (ราย) | 4,727 |
| จำนวนคู่ค้าโดยตรงรายสำคัญลำดับที่ 1 | คู่ค้า (ราย) | 170 |
| มูลค่าการจัดซื้อจัดหาสินค้าและบริการทั้งหมด | ล้านบาท | 25,011 |
| มูลค่าการจัดซื้อจัดหาสินค้าและบริการคู่ค้าโดยตรงรายสำคัญลำดับที่ 1 ทั้งหมด | ล้านบาท | 8,339 |
| สัดส่วนมูลค่าการซื้อจากคู่ค้าโดยตรงรายสำคัญลำดับที่ 1 | % | 33% |
| จำนวนคู่ค้ารองที่มีความสำคัญ | คู่ค้า (ราย) | 55 |
| จำนวนคู่ค้าโดยตรงรายสำคัญลำดับที่ 1 และคู่ค้ารองที่มีความสำคัญ | คู่ค้า (ราย) | 225 |
การประเมินคู่ค้า
BDMS ดำเนินการประเมินความเสี่ยงของคู่ค้า (Supplier Risk Assessment) โดยใช้กระบวนการตรวจสอบหลักฐานอย่างเป็นระบบตามมาตรฐานสากล Sedex Members Ethical Trade Audit (SMETA) ซึ่งครอบคลุมการประเมินด้านคุณภาพ การส่งมอบ เทคโนโลยีและนวัตกรรม การกำกับดูแลกิจการที่ดี จรรยาบรรณทางธุรกิจ สังคม ความปลอดภัยและอาชีวอนามัย และการดำเนินงานด้านสิ่งแวดล้อม และตามจรรยาบรรณคู่ค้าของ BDMS เพื่อให้สอดคล้องกับมาตรฐานและแนวทางการพัฒนาอย่างยั่งยืนขององค์กรครอบคลุมประเด็นด้านความยั่งยืนที่สำคัญ
-
ระบบบริหารจัดการคุณภาพและการทวนสอบ
-
การจัดซื้อและจัดจ้าง
-
การบริหารจัดการคลังสินค้าและการขนส่งผลิตภัณฑ์
-
มาตรฐานแรงงงาน
-
สุขอนามัยและความปลอดภัย
-
สิ่งแวดล้อม
-
จริยธรรมธุรกิจ


การตรวจประเมินความเสี่ยงคู่ค้า
BDMS ดำเนินกระบวนการตรวจประเมินความเสี่ยงคู่ค้าเพื่อประเมินการดำเนินงานของคู่ค้ารายสำคัญตามเกณฑ์ที่องค์กรกำหนด โดยจัดระดับผลการประเมินตั้งแต่ระดับ A ถึง F เพื่อใช้เป็นแนวทางในการบริหารความเสี่ยงและพัฒนาศักยภาพคู่ค้าอย่างเหมาะสม
บริษัทฯ ให้ความสำคัญกับการยกระดับศักยภาพของคู่ค้าที่มีผลการประเมินอยู่ในกลุ่มที่มีความเสี่ยงสูงหรือจำเป็นต้องได้รับการพัฒนาเร่งด่วน ได้แก่ คู่ค้าที่มีผลการประเมินระดับวิกฤต (Critical Low Performer: Grade F) คู่ค้าที่มีความเสี่ยงสูง (High Risk Performer: Grade D) และคู่ค้าที่มีคะแนนประเมินต่ำกว่า 75 คะแนน (Focused Improvement Supplier) โดยคู่ค้าในกลุ่มดังกล่าวจะต้องจัดทำแบบประเมินตนเอง (Self-Assessment) เพื่อใช้เป็นข้อมูลประกอบการจัดทำแผนการปรับปรุงและแก้ไข (Corrective Action Plan: CAP) ให้สอดคล้องกับข้อกำหนดและมาตรฐานขององค์กรอย่างเป็นระบบและต่อเนื่อง
ภายหลังการประเมิน BDMS Supply Chain Solution ร่วมกับคู่ค้ากำหนดแนวทางการปรับปรุง ผ่านกระบวนการหารือ วางแผน และติดตามผลการดำเนินงานอย่างใกล้ชิดภายในระยะเวลา 1 ปี พร้อมให้คำแนะนำเพื่อสนับสนุนการยกระดับประสิทธิภาพด้านสิ่งแวดล้อม สังคม และบรรษัทภิบาล (ESG) ของคู่ค้า ตลอดจนเสริมสร้างความร่วมมือในห่วงโซ่อุปทานให้สอดคล้องกับจรรยาบรรณคู่ค้าของ BDMS อันนำไปสู่การลดความเสี่ยงด้านห่วงโซ่อุปทานและการเติบโตอย่างยั่งยืนร่วมกันตลอดห่วงโซ่คุณค่า
การประเมินคู่ค้า ณ สถานประกอบการ โดยหน่วยงานภายใน
BDMS Supply Chain Solution (2nd Party) ดำเนินการประเมินคู่ค้าแบบลงพื้นที่ (On-site Assessment) โดยอ้างอิงข้อมูลจากแบบประเมินตนเองของคู่ค้า (Self-Assessment) เพื่อประเมินประเด็นความเสี่ยงและผลกระทบเชิงลบที่เกิดขึ้นจริงหรืออาจเกิดขึ้นอย่างมีนัยสำคัญตลอดห่วงโซ่อุปทาน โดยในปี 2568 บริษัทได้เข้าตรวจประเมินคู่ค้าจำนวน 2 ราย
บริษัทฯ ให้ความสำคัญกับคู่ค้าสำคัญลำดับที่ 1 โดยเฉพาะคู่ค้าที่มีผลการประเมินระดับวิกฤต (Critical Low Performer: Grade F) คู่ค้าที่มีความเสี่ยงสูง (High Risk Performer: Grade D) และคู่ค้าที่มีคะแนนประเมินต่ำกว่า 75 คะแนน (Focused Improvement Supplier) เพื่อผลักดันให้คู่ค้ากลุ่มดังกล่าวยกระดับการดำเนินงานให้สอดคล้องกับแผนการปรับปรุงและแก้ไข (Corrective Action Plan: CAP) อย่างเป็นระบบ
นอกจากนี้ BDMS Central Procurement ยังร่วมกับคู่ค้าในการกำหนดแนวทางพัฒนา ติดตามผลการดำเนินงาน และให้คำแนะนำอย่างต่อเนื่อง เพื่อบรนเทาผลกระทบที่อาจเกิดขึ้น ยกระดับมาตรฐานด้านสิ่งแวดล้อม สังคม และบรรษัทภิบาล (ESG) ตลอดจน ส่งเสริมการดำเนินธุรกิจอย่างยั่งยืนร่วมกันตลอดห่วงโซ่อุปทานและห่วงโซ่คุณค่า (Value Chain) อย่างต่อเนื่องและเป็นรูปธรรม


โดยปี 2568 BDMS ดำเนินการประเมินคู่ค้า โดยแสดงผลดังนี้
| การประเมินคู่ค้า | หน่วย | จำนวน | เป้าหมายปี 2568 |
|---|---|---|---|
| จำนวนคู่ค้าลำดับที่ 1 | จำนวน คู่ค้า | 4,727 | |
| จำนวนคู่ค้าทั้งหมดที่ได้รับการตรวจประเมินผ่านระบบและการตรวจประเมิน ณ สถานประกอบการ | จำนวน คู่ค้า | 225 | 100% |
| จำนวนคู่ค้าที่มีนัยสำคัญได้รับการสนับสนุนผ่านมาตรการพัฒนา | จำนวน คู่ค้า | 9 | |
| สัดส่วนคู่ค้าที่มีนัยสำคัญได้รับการสนับสนุนผ่านมาตรการพัฒนา | % | 100 | |
| จำนวนคู่ค้าที่ได้รับการตรวจประเมินว่ามีผลกระทบเชิงลบที่เกิดขึ้นจริงหรืออาจเกิดขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ ระดับ C | จำนวน คู่ค้า | 8 | 100% |
| จำนวนคู่ค้าที่ได้รับการตรวจประเมินว่ามีผลกระทบเชิงลบที่เกิดขึ้นจริงหรืออาจเกิดขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ ระดับ D | จำนวน คู่ค้า | 0 | 100% |
| จำนวนคู่ค้าที่ได้รับการตรวจประเมินว่ามีผลกระทบเชิงลบที่เกิดขึ้นจริงหรืออาจเกิดขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ ระดับ F | จำนวน คู่ค้า | 1 | 100% |
| รวมจำนวนคู่ค้าผลกระทบเชิงลบที่เกิดขึ้นจริงหรืออาจเกิดขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ พร้อมมีแผนดำเนินการปรับปรุงแก้ไข ระดับ C - F | จำนวน คู่ค้า | 9 | 100% |
| สัดส่วนคู่ค้าที่ได้รับการตรวจประเมินผลมีกระทบเชิงลบที่เกิดขึ้นจริงหรืออาจเกิดขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ ได้รับการสนันสนุนและจัดทำแผนดำเนินการแก้ไข (Corrective Action Plan) | % | 100 | |
| จำนวนคู่ค้าที่มีผลกระทบเชิงลบที่เกิดขึ้นจริงหรืออาจเกิดขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ ที่ถูกยกเลิกการทำธุรกรรม | จำนวน คู่ค้า | 0 |
ในปี 2568 บริษัทได้ระบุคู่ค้าที่มีนัยสําคัญลําดับที่ 9 จํานวน 170 ราย และคู่ค้าที่มีนัยสําคัญลําดับถัดไป จํานวน 55 ราย รวมทั้งหมด 225 ราย พร้อมทั้งดําเนินการทบทวน การประเมินอย่างสม่ำเสมอทุกปี เพื่อให้มั่นใจว่าการระบุคู่ค้าที่มีนัยสําคัญมีความถูกต้องเหมาะสม และสะท้อนสถานการณ์ปัจจุบันของห่วงโซ่อุปทานอย่างแท้จริง
ประเด็นที่พบจากการตรวจประเมิน เกิดขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ
-
การบริการ (Service)
-
ความน่าเชื่อถือในการส่งมอบ (Delivery Reliability)
-
ความสามารถด้านเทคโนโลยี (Technology Capability)
-
แนวปฏิบัติด้านความยั่งยืน (Sustainability)
ตัวอย่าง ผลการประเมินมีผลกระทบเชิงลบที่เกิดขึ้นจริงหรืออาจเกิดขึ้นอย่างมีนัยสำคัญและมาตรฐานการจัดการความเสี่ยงด้านความยั่งยืน (Corrective Action Plan) ปี 2568
| ประเด็นความเสี่ยง (Risk Description) |
แผนลดความเสี่ยง (Mitigation Plan) |
วิธีติดตามผล (Monitoring) |
ตัวชี้วัดความสำเร็จ (Outcome Indicators) |
|---|---|---|---|
| การขาดแคลนวัตถุดิบ | - กระจายแหล่งจัดซื้อ (Dual Sourcing) - สำรองสินค้าเชิงกลยุทธ์ (Strategic Stock) - พัฒนาคู่ค้าในประเทศ |
- ติดตามระดับ Inventory รายสัปดาห์ - ประเมินความเสี่ยง Supplier รายไตรมาส - ตรวจสอบ Lead Time การจัดส่ง |
- การพึ่งพาคู่ค้ารายเดียวไม่เกิน50% - ไม่เกิดปัญหาสินค้าขาดสต๊อก (Stock-out = 0) |
| ไม่สอดคล้องตามกฎหมาย/มาตรฐาน | - เตรียมความพร้อมด้าน GMP Audit - ตรวจประเมินภายใน (Internal Audit) - อบรมทีม QA/QC อย่างต่อเนื่อง |
- ติดตามผล Audit และ CAPA - ตรวจสอบ Compliance Checklist รายเดือน - ทบทวนข้อกำหนดกฎหมายใหม่ |
- ผ่านมาตรฐาน GMP 100% - ไม่มี Major Audit Finding |
| ความผันผวนด้านราคาและต้นทุน | - ทำสัญญาระยะยาวกับ Supplier - กระจายแหล่งซื้อ - ป้องกันความเสี่ยงอัตราแลกเปลี่ยน - ติดตามข้อมูลตลาดวัตถุดิบ |
- วิเคราะห์ต้นทุนจัดซื้อรายเดือน - ติดตามดัชนีราคาตลาดและ FX Rate - เปรียบเทียบ Actual Cost vs Budget |
- ต้นทุนเพิ่มไม่เกิน 5% ของงบประมาณ - ความแม่นยำในการพยากรณ์ต้นทุนดีขึ้น |
| การพึ่งพาคู่ค้ามากเกินไป | - เพิ่มความหลากหลายของผู้ขาย - พัฒนาคู่ค้าทางเลือก - รักษาระดับ Buffer Stock |
- ประเมิน Supplier Performance รายไตรมาส - ติดตาม Supplier Concentration Ratio - ตรวจสอบ OTIF (On-Time In-Full) |
- การพึ่งพา Top 5 Suppliers ต่ำกว่า 50% - อัตราการส่งมอบครบถ้วนมากกว่า 95% |
| ความเสี่ยงด้านคลังสินค้าและการจัดส่ง | - พัฒนาระบบ Forecast Demand - เชื่อมข้อมูล Inventory Visibility - ใช้ IoT ติดตาม Cold Chain - Audit ผู้ให้บริการโลจิสติกส์ |
- ตรวจสอบ Stock Coverage รายสัปดาห์ - ติดตามอุณหภูมิ Cold Chain แบบ Real-time - ประเมิน SLA ผู้ให้บริการขนส่ง |
- Stock-out ต่ำกว่า 2% - ไม่มีการละเมิดอุณหภูมิ Cold Chain |
| ประสบการณ์และความพึงพอใจลูกค้า | - กำหนด SOP มาตรฐานบริการ - QA สำหรับ Telemedicine - เชื่อมระบบ Omni-channel - สำรวจความพึงพอใจและ NPS |
- QA สำหรับ Telemedicine - เชื่อมระบบ Omni-channel - สำรวจความพึงพอใจและ NPS - วิเคราะห์ข้อร้องเรียนลูกค้า - ติดตามผลสำรวจ NPS/CSAT รายเดือน - Review SLA การให้บริการ |
- NPS ≥ 75 - CSAT ≥ 85% |
| ความปลอดภัยไซเบอร์และข้อมูลส่วนบุคคล | - จัดทำ IT Governance - Data Encryption - Penetration Testing - ทำ Cyber Insurance |
- ติดตาม Security Incident - ตรวจสอบ Vulnerability Assessment - Audit PDPA Compliance |
- ไม่มีเหตุข้อมูลรั่วไหลร้ายแรง - PDPA Compliance 100% |