สังคม

การบริหารจัดการทรัพยากรบุคคล

การขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ด้านทรัพยากรบุคคลของ BDMS

BDMS มุ่งยกระดับประสิทธิภาพการทำงาน เสริมสร้างความผูกพันของพนักงาน และพัฒนาศักยภาพบุคลากรให้มีทักษะ ความพร้อม และความสามารถในการปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลง ผ่านการพัฒนาทักษะ การเพิ่มขีดความสามารถ และการส่งเสริมการเติบโตในสายอาชีพอย่างต่อเนื่อง ครอบคลุมการเรียนรู้และฝึกอบรม การบริหารช่องว่างด้านทักษะ (Skills Gap) การพัฒนาประสบการณ์การทำงาน ตลอดจนการส่งเสริมการสื่อสารและความร่วมมือภายในองค์กร ควบคู่กันนี้ BDMS ให้ความสำคัญกับการดูแลสวัสดิการ ความปลอดภัย และคุณภาพชีวิตของพนักงานอย่างรอบด้าน เพื่อเสริมสร้างความเป็นอยู่ที่ดีของบุคลากร สนับสนุนความต่อเนื่องทางธุรกิจ ลดความเสี่ยงจากการหยุดชะงัก และขับเคลื่อนการเติบโตขององค์กรอย่างมั่นคงและยั่งยืน

นโยบายการบริหารทรัพยากรบุคคล

BDMS มุ่งยกระดับการบริหารทุนมนุษย์ โดยสรรหาบุคลากรที่มีศักยภาพ เสริมสร้างภาพลักษณ์องค์กร และให้ความสำคัญกับสวัสดิการและสิทธิประโยชน์ที่เหมาะสมเพื่อให้เป็นไปตามกฎหมาย บริษัทฯ พัฒนาสมรรถนะและประสิทธิภาพของบุคลากรอย่างต่อเนื่องและเป็นระบบ ควบคู่กับการส่งเสริมเส้นทางความก้าวหน้าในอาชีพที่ชัดเจน เพื่อบรรลุเป้าหมายที่บริษัทกำหนด ทั้งนี้ บริษัทคำนึงถึงความเป็นอยู่ที่ดี คุณภาพชีวิต และการสร้างขวัญกำลังใจของบุคลากร รวมถึงการสร้างสภาพแวดล้อมการทำงานที่ดี ซึ่งส่งเสริมความสุข ความปลอดภัยทั้งทางกายและใจ

นอกจากนี้ บริษัทส่งเสริมวัฒนธรรมองค์กรที่เคารพความหลากหลาย ในด้านแรงงานสัมพันธ์และสิทธิพนักงาน BDMS ปฏิบัติตามกฎหมายแรงงานตามมาตรา 121 แห่งพระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน พ.ศ. 2541 ซึ่งกำหนดให้นายจ้างแจ้งล่วงหน้าไม่น้อยกว่า 60 วัน หรือกำหนดระยะเวลาขั้นต่ำสำหรับการปรึกษาหารือหรือการแจ้งก่อนการเลิกจ้างเป็นหมู่คณะ เพื่อให้พนักงานมีเวลาเพียงพอในการเตรียมตัวหรือหางานใหม่ บริษัทตระหนักถึงความสำคัญของการปฏิบัติอย่างเป็นธรรม โปร่งใส และเคารพสิทธิของพนักงานอย่างเต็มที่ตามที่กฎหมายกำหนดอย่างเคร่งครัด นโยบายนี้จึงไม่เพียงใช้กับพนักงานโดยตรงของ BDMS เท่านั้น แต่ยังสื่อสารเป็นแนวทางปฏิบัติที่ดีแก่ผู้รับเหมาและพันธมิตรทางธุรกิจ โดย BDMS จะเผยแพร่นโยบายนี้ทุกครั้งที่มีความร่วมมือ และคาดหวังให้ทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องยึดถือหลักการดังกล่าว

โครงการด้านการปฏิบัติต่อแรงงาน

BDMS มุ่งมั่นดำเนินธุรกิจอย่างยั่งยืน โดยสนับสนุนเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนขององค์การสหประชาชาติ (Sustainable Development Goals: SDGs) และให้ความสำคัญอย่างยิ่งต่อการปฏิบัติต่อแรงงานอย่างมีความรับผิดชอบ บริษัทดำเนินโครงการด้านแรงงานให้สอดคล้องกับนโยบายทรัพยากรบุคคลของ BDMS เพื่อส่งเสริมการจ้างงานที่เป็นธรรม คุ้มครองสิทธิและความเป็นอยู่ที่ดีของพนักงาน และสร้างสภาพแวดล้อมการทำงานที่เอื้อต่อการเติบโตอย่างยั่งยืน

โครงการดังกล่าวมีส่วนช่วยส่งเสริมความโปร่งใสในการบริหารจัดการแรงงาน สนับสนุนการจ่ายค่าตอบแทนอย่างเท่าเทียมและเหมาะสม ตลอดจนการจัดให้มีการคุ้มครองทางสังคมแก่พนักงานอย่างทั่วถึง อันเป็นปัจจัยสำคัญในการรักษาชื่อเสียง ความน่าเชื่อถือ และประสิทธิผลในการดำเนินงานของ BDMS นอกจากนี้ การดำเนินโครงการควบคู่กับการพัฒนาศักยภาพพนักงานอย่างต่อเนื่อง ยังช่วยเสริมสร้างการรักษาบุคลากร ส่งเสริมการมีงานที่มีคุณค่า และสนับสนุนการพัฒนากำลังคนที่มีความสามารถในการแข่งขันและเติบโตอย่างยั่งยืน โดยมีองค์ประกอบสำคัญดังต่อไปนี้

1. การจ่ายค่าจ้างที่เพียงพอต่อการดำรงชีพ และไม่น้อยกว่าเกณฑ์มาตรฐานค่าครองชีพ

BDMS กำหนดค่าตอบแทนของพนักงานให้อยู่ในระดับที่สอดคล้องกับมาตรฐานค่าจ้างเพื่อการดำรงชีพ เพื่อให้มั่นใจว่าพนักงานและครอบครัวมีรายได้เพียงพอสำหรับค่าใช้จ่ายพื้นฐาน โครงการนี้สะท้อนถึงความมุ่งมั่นของบริษัทในการส่งเสริมการมีงานที่มีคุณค่าและความมั่นคงทางเศรษฐกิจ โดยยึดหลักการค่าตอบแทนที่เป็นธรรมขององค์การแรงงานระหว่างประเทศ (International Labour Organization: ILO)

BDMS เปรียบเทียบแพ็กเกจค่าตอบแทนกับองค์กรชั้นนำในธุรกิจบริการสุขภาพอย่างสม่ำเสมอ รวมทั้งติดตามการเปลี่ยนแปลงของค่าครองชีพและอัตราเงินเฟ้อในประเทศที่บริษัทดำเนินธุรกิจอย่างต่อเนื่อง แนวทางดังกล่าวช่วยให้บริษัทสามารถกำหนดค่าตอบแทนที่มีความสามารถในการแข่งขัน มีความเหมาะสมและเป็นธรรม อันส่งเสริมแรงจูงใจในการทำงาน การรักษาพนักงาน และตอกย้ำการบริหารทรัพยากรบุคคลอย่างมีความรับผิดชอบและยั่งยืนของ BDMS

2. การติดตามชั่วโมงการทำงาน การบริหารจัดการการทำงานล่วงเวลา และการจ่ายค่าตอบแทนการทำงานล่วงเวลา

BDMS ดำเนินโครงการติดตามชั่วโมงการทำงานอย่างครอบคลุม รวมถึงการบริหารจัดการการทำงานล่วงเวลา โดยครอบคลุมการทำงานที่เกินกว่าชั่วโมงทำงานปกติตามที่กฎหมายกำหนดในแต่ละวันหรือแต่ละสัปดาห์ เพื่อให้การปฏิบัติงานเป็นไปตามกฎหมายแรงงาน และคุ้มครองสุขภาวะและความเป็นอยู่ที่ดีของพนักงาน

บริษัทมีระบบฐานข้อมูลสำหรับติดตามชั่วโมงการทำงานและระบุกรณีที่อาจมีการทำงานล่วงเวลาเกินควร พร้อมกำหนดกระบวนการติดตามและบริหารจัดการอย่างมีประสิทธิผล เพื่อป้องกันไม่ให้พนักงานทำงานเกินขีดจำกัดที่กำหนด นอกจากนี้ BDMS รับรองว่าพนักงานจะได้รับค่าตอบแทนสำหรับการทำงานล่วงเวลาอย่างเป็นธรรมและเป็นไปตามที่กฎหมายกำหนด

โครงการดังกล่าวมีส่วนส่งเสริมสมดุลระหว่างชีวิตและการทำงาน ป้องกันการเอารัดเอาเปรียบแรงงาน และสนับสนุนแนวปฏิบัติด้านแรงงานอย่างมีความรับผิดชอบ สอดคล้องกับกฎหมายท้องถิ่นและมาตรฐานสากล

3. การติดตามช่องว่างค่าจ้างระหว่างเพศ เพื่อส่งเสริมค่าตอบแทนที่เท่าเทียมระหว่างหญิงและชาย

BDMS มุ่งส่งเสริมความเท่าเทียมและความเป็นธรรมในสถานที่ทำงาน โดยติดตามและวิเคราะห์ช่องว่างค่าจ้างระหว่างเพศอย่างสม่ำเสมอ เพื่อให้มั่นใจว่าพนักงานได้รับค่าตอบแทนอย่างเป็นธรรม โดยไม่เลือกปฏิบัติด้วยเหตุแห่งเพศ บริษัทดำเนินการรวบรวมและวิเคราะห์ข้อมูลการจ้างงานและค่าตอบแทนอย่างเป็นระบบ ครอบคลุมพนักงานทุกระดับและทุกกลุ่มงาน เพื่อระบุ ประเมิน และจัดการความแตกต่างของค่าตอบแทนระหว่างพนักงานหญิงและชาย

การติดตามดังกล่าวครอบคลุมการวิเคราะห์ข้อมูลค่าตอบแทน การเปรียบเทียบตามระดับตำแหน่งและกลุ่มงาน ตลอดจนการประเมินความเหมาะสมของโครงสร้างค่าตอบแทนเทียบกับเกณฑ์อ้างอิงที่เกี่ยวข้อง บริษัทให้ความสำคัญกับความโปร่งใสของข้อมูล การรายงานผลอย่างต่อเนื่อง และการนำผลการวิเคราะห์ไปใช้ในการทบทวนแนวทางบริหารค่าตอบแทน เพื่อป้องกันและลดความเหลื่อมล้ำที่อาจเกิดขึ้น

แนวทางดังกล่าวสะท้อนความมุ่งมั่นของ BDMS ในการสนับสนุนหลักการค่าตอบแทนที่เท่าเทียมสำหรับงานที่มีคุณค่าเท่าเทียมกัน (equal pay for work of equal value) ส่งเสริมโอกาสที่เท่าเทียม และสร้างวัฒนธรรมองค์กรที่เคารพความหลากหลาย ความเสมอภาค และการไม่เลือกปฏิบัติ

4. การขยายความคุ้มครองทางสังคมแก่พนักงานนอกเหนือจากโครงการภาครัฐ

BDMS มุ่งส่งเสริมความหลากหลาย ความเสมอภาค และการมีส่วนร่วม ซึ่งเป็นหลักการสำคัญในการออกแบบสวัสดิการและการคุ้มครองทางสังคมสำหรับพนักงาน บริษัทจัดให้มีสวัสดิการที่ครอบคลุมและเกินกว่าข้อกำหนดตามกฎหมาย เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิต เสริมสร้างความมั่นคงทางเศรษฐกิจ และสนับสนุนความเป็นอยู่ที่ดีของพนักงานและครอบครัว

สวัสดิการสำคัญประกอบด้วยโครงการสินเชื่อพิเศษสำหรับพนักงาน เงินเบี้ยขยัน กองทุนสำรองเลี้ยงชีพ เงินอุดหนุนบุตร ค่าชดเชยกรณีการทำงานที่เกี่ยวข้องกับ HIV และสวัสดิการสำหรับคู่สมรส เป็นต้น โดยบริษัทให้ความสำคัญกับการสนับสนุนด้านการเงินอย่างรับผิดชอบ เพื่อช่วยให้พนักงานสามารถบริหารจัดการภาระหนี้และวางแผนการเงินได้อย่างเหมาะสม

ในปี 2568 BDMS ร่วมกับธนาคารแห่งประเทศไทยพัฒนาพนักงานให้เป็น The Trainer เพื่อถ่ายทอดความรู้เกี่ยวกับแนวทางการแก้ไขปัญหาหนี้และให้คำปรึกษาแก่บุคลากรภายในองค์กร พร้อมรณรงค์ให้พนักงานทุกระดับลดรายจ่ายและเพิ่มการออม เพื่อส่งเสริมสุขภาพทางการเงินที่ดี นอกจากนี้ บริษัทยังสนับสนุนการเข้าถึงสินเชื่อสวัสดิการสำหรับพนักงาน เพื่อช่วยบรรเทาภาระหนี้ เสริมสภาพคล่อง และลดความเสี่ยงจากการพึ่งพาแหล่งเงินกู้นอกระบบ ภายใต้เงื่อนไขที่เหมาะสมและเป็นธรรม

แนวทางดังกล่าวสะท้อนความมุ่งมั่นของ BDMS ในการสร้างระบบคุ้มครองทางสังคมที่ครอบคลุม ตอบสนองต่อความต้องการที่หลากหลายของพนักงาน และเสริมสร้างความมั่นคงทางการเงินและคุณภาพชีวิตอย่างยั่งยืน

photo human resource management 3
photo human resource management 4
photo human resource management 5

5. การส่งเสริมให้พนักงานใช้สิทธิวันลาพักผ่อนประจำปีโดยได้รับค่าจ้าง

BDMS ให้ความสำคัญกับการสร้างสมดุลระหว่างชีวิตและการทำงาน โดยส่งเสริมให้พนักงานทุกคนใช้สิทธิวันลาพักผ่อนประจำปีโดยได้รับค่าจ้างอย่างเหมาะสมและครบถ้วน บริษัทดำเนินการสื่อสารเชิงรุกเพื่อสร้างความตระหนักรู้และสนับสนุนให้พนักงานวางแผนการใช้วันลา ผ่านการแจ้งเตือนเป็นรายไตรมาสทางอีเมล โปสเตอร์ในพื้นที่ส่วนกลาง และการสื่อสารในการประชุมทีม

บริษัทยังบังคับใช้นโยบายการลาอย่างเคร่งครัด เพื่อป้องกันการสะสมวันลาพักผ่อนที่ยังไม่ได้ใช้ข้ามปีปฏิทิน และส่งเสริมให้พนักงานได้พักผ่อนและฟื้นฟูสุขภาพกายและใจอย่างทันท่วงที แนวทางดังกล่าวช่วยลดความเสี่ยงจากความเหนื่อยล้าจากการทำงาน สนับสนุนสุขภาวะ ความพึงพอใจในการทำงาน และผลิตภาพโดยรวมของพนักงาน

โครงการนี้สะท้อนความมุ่งมั่นของ BDMS ในการจัดให้มีสภาพแวดล้อมการทำงานที่สมดุล เกื้อหนุน และคำนึงถึงความเป็นอยู่ที่ดีของพนักงานอย่างต่อเนื่อง

แนวทางการบริหารจัดการทรัพยากรบุคคลของ BDMS ประกอบด้วย

  • การสรรหาและดึงดูดบุคลากรที่มีศักยภาพเข้าสู่องค์กร
  • การเสริมสร้างวัฒนธรรมองค์กรและความผูกพันของพนักงาน
  • การพัฒนาศักยภาพพนักงานและเสริมสร้างผู้นำองค์กร
  • การบริหารผลการปฏิบัติงานของพนักงาน
  • การยกระดับความเป็นอยู่ที่ดีของพนักงานแบบองค์รวม

การสรรหาและดึงดูดบุคลากรที่มีศักยภาพเข้าสู่องค์กร

BDMS กำหนดกลยุทธ์การสรรหาและจ้างงานอย่างเป็นระบบ โดยวางแผนอัตรากำลังและขออนุมัติการจ้างงานให้สอดคล้องกับแผนอัตรากำลังคนและงบประมาณประจำปี พร้อมดำเนินการสรรหาผ่านช่องทางทั้งภายในและภายนอกองค์กร เพื่อเข้าถึงผู้สมัครที่มีศักยภาพและตรงตามความต้องการขององค์กรอย่างมีประสิทธิภาพ

บริษัทฯ ให้ความสำคัญกับการสรรหาภายในเป็นลำดับแรก เพื่อส่งเสริมความก้าวหน้าในสายอาชีพ เสริมสร้างความผูกพันต่อองค์กร และสนับสนุนคุณภาพชีวิตที่ยั่งยืนของพนักงาน เช่น การโยกย้ายกลับไปปฏิบัติงานในภูมิลำเนาเดิมตามความเหมาะสม โดยพิจารณาจากผลการประเมินขีดความสามารถเทียบกับคุณสมบัติเฉพาะของตำแหน่ง

ตลอดกระบวนการสรรหา คัดเลือก และจ้างงาน บริษัทฯ ยึดหลักความเสมอภาคและไม่เลือกปฏิบัติ โดยเปิดโอกาสอย่างเท่าเทียมแก่ผู้สมัครจากทุกสาขาวิชาชีพ และสนับสนุนบุคลากรที่มีความหลากหลายด้านความคิด ประสบการณ์ ความรู้ อายุ เพศ และทักษะวิชาชีพ บริษัทฯ มุ่งสร้างสภาพแวดล้อมการทำงานที่ยอมรับความแตกต่าง ไม่แบ่งแยก และเห็นคุณค่าของแต่ละบุคคล

นอกจากนี้ บริษัทฯ ร่วมมือกับมหาวิทยาลัยทั้งในและต่างประเทศในการสนับสนุนโอกาสฝึกงานแก่นักศึกษาตั้งแต่ชั้นปีแรก เพื่อให้นักศึกษาได้รับประสบการณ์จริงและเรียนรู้สภาพแวดล้อมการทำงานที่หลากหลายตั้งแต่เริ่มต้นเส้นทางการศึกษา อันเป็นการสร้างและเตรียมความพร้อมของบุคลากรสำหรับอนาคต

BDMS นำเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) มาใช้เป็นเครื่องมือสนับสนุนการสรรหา ผ่านระบบ AI B5F เพื่อวิเคราะห์คุณลักษณะของผู้สมัครงานในมิติต่าง ๆ ตามค่านิยมหลักขององค์กร โดยเปรียบเทียบกับคะแนนเฉลี่ยขององค์กรและวิชาชีพที่สมัคร รวมถึงใช้คาดการณ์แนวโน้มผลการประเมินการปฏิบัติงานของผู้สมัคร หากได้รับการคัดเลือกเข้าทำงานกับบริษัทฯ

ในปี 2568 ระบบมีอัตราความแม่นยำในการคาดการณ์ประมาณร้อยละ 72 ทั้งนี้ ผลการวิเคราะห์จากระบบใช้เป็นข้อมูลประกอบการพิจารณาของผู้เกี่ยวข้อง มิใช่การตัดสินใจจ้างงานโดยอัตโนมัติ โดยบริษัทฯ ยังคงยึดหลักความเสมอภาค ไม่เลือกปฏิบัติ และกำกับดูแลการใช้และคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลของผู้สมัครอย่างเคร่งครัด

photo human resource management 1
photo human resource management 2

การเสริมสร้างวัฒนธรรมองค์กรและความผูกพันของพนักงาน

การส่งเสริมวัฒนธรรมองค์กร

บริษัทและบริษัทในเครือนำวัฒนธรรมองค์กรและค่านิยมหลักมาบูรณาการเข้ากับกลยุทธ์การบริหารทรัพยากรบุคคล โดยส่งเสริมความเข้าใจและการนำค่านิยมองค์กรไปปฏิบัติอย่างสม่ำเสมอ ผ่านการสื่อสารเชิงรุกและการมีส่วนร่วมของพนักงานในวงกว้าง

บริษัทสื่อสารค่านิยมหลักผ่านช่องทางการสื่อสารภายในที่หลากหลาย เพื่อเสริมสร้างการรับรู้และการปฏิบัติอย่างต่อเนื่อง ดังนี้

ค่านิยมหลักของ BDMS
  • B - Beyond Excellence: มุ่งมั่นสู่ความเป็นเลิศเหนือความคาดหมาย
  • D - Deep Empathy: เข้าใจและใส่ใจอย่างลึกซึ้ง
  • M - Moral Commitment: ยึดมั่นในคุณธรรม
  • S - Service with Thai Hospitality: บริการด้วยหัวใจแห่งความเป็นไทย

ค่านิยมดังกล่าวได้รับการส่งเสริมผ่านกิจกรรมที่สนับสนุนการเรียนรู้ การทำงานเป็นทีม และความสัมพันธ์อันดีในที่ทำงาน เพื่อสร้างวัฒนธรรมองค์กรที่เข้มแข็ง สนับสนุนสุขภาวะของพนักงาน และเสริมสร้างความพร้อมด้านทุนมนุษย์ในการขับเคลื่อนการเติบโตอย่างยั่งยืนขององค์กร

ความผูกพันของพนักงาน BDMS

BDMS จัดทำแนวทางสร้างความผูกพันของพนักงานและดำเนินการสำรวจความผูกพัน เพื่อระบุความต้องการและโอกาสในการปรับปรุง การสำรวจยังมุ่งทำความเข้าใจปัจจัยที่มีอิทธิพลต่อความผูกพันของพนักงาน เพื่อนำไปพัฒนาระบบบริหารทรัพยากรบุคคลให้ดียิ่งขึ้น นอกจากนี้ บริษัทติดตามความก้าวหน้าเป็นประจำทุกปีผ่านการสำรวจและโครงการริเริ่มต่าง ๆ ที่มุ่งเสริมสร้างความผูกพันของพนักงาน

BDMS ดำเนินการสำรวจความผูกพันของพนักงานเป็นประจำทุกปี โดยในปี 2568 มีวิธีการสำรวจดังนี้

1. การวิเคราะห์ข้อมูลในการสำรวจความผูกพันของพนักงาน

  • เพศ
  • กลุ่มอายุ
  • ตำแหน่งงาน
  • ประเภทงาน
  • อายุงาน

2. ประเด็นในการสำรวจความผูกพันของพนักงาน

2.1 ความพึงพอใจในงาน

ครอบคลุมเงินเดือน สวัสดิการและสิทธิประโยชน์ ความมั่นคงและเงื่อนไขทางเศรษฐกิจ โอกาสและความก้าวหน้าในอาชีพ

ตัวอย่างคำถามในการสำรวจ

  • เงินเดือนต่อเดือนเพียงพอสำหรับการออมในอนาคตเมื่อจำเป็น
  • มองเห็นโอกาสความก้าวหน้าในอาชีพภายในองค์กรอย่างชัดเจน
  • มีความสัมพันธ์ที่ดีกับหัวหน้าทีมและสมาชิกในทีม

2.2 เป้าหมายและความหมายในการทำงาน (Purpose)

ครอบคลุมการรับรู้เป้าหมายองค์กรและค่านิยมหลัก ความภาคภูมิใจในองค์กร

ตัวอย่างคำถามในการสำรวจ

  • ค่านิยมหลักของ BDMS สอดคล้องกับค่านิยมของท่าน
  • ท่านภาคภูมิใจที่ได้เป็นส่วนหนึ่งของบริษัท
  • ท่านรู้สึกว่าความสำเร็จของบริษัทคือความสำเร็จของท่านด้วย

2.3 ความสุข

ครอบคลุมความสัมพันธ์เชิงบวก

ตัวอย่างคำถามในการสำรวจ

  • สภาพแวดล้อมการทำงานโดยรวมเป็นไปในเชิงบวก
  • พบความร่วมมือและการทำงานเป็นทีมอย่างชัดเจนในหน่วยงานของท่าน
  • ท่านมีแรงจูงใจที่จะมาทำงานทุกวัน

2.4 ความเครียด

ครอบคลุมสุขภาพกายและสุขภาพจิต

ตัวอย่างคำถามในการสำรวจ

  • ท่านกำลังประสบภาวะหมดไฟจากการทำงาน
  • ความกดดันในการทำงานทำให้เกิดความเครียดที่กระทบต่อชีวิตส่วนตัว
  • บริษัทให้ความสำคัญกับสวัสดิการ ความปลอดภัย และสุขภาพของพนักงาน
ผลการสำรวจความผูกพันของพนักงาน
อัตราความผูกพันของพนักงาน BDMS ปี 2568 : 83.00% สัดส่วนพนักงานที่ตอบแบบสำรวจ: 100%
เป้าหมายปี 2568: 80%

การพัฒนาศักยภาพพนักงานและเสริมสร้างผู้นำองค์กร

การพัฒนาทุนมนุษย์เป็นปัจจัยสำคัญในการขับเคลื่อนกลยุทธ์ของ BDMS เพื่อส่งมอบบริการสุขภาพชั้นเลิศ บริษัทจึงกำหนดและบังคับใช้นโยบายการพัฒนาและฝึกอบรมพนักงาน โดยมุ่งเสริมสร้างความรู้ ทักษะ และสมรรถนะที่สอดคล้องกับการเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยี เพื่อสนับสนุนการสร้างนวัตกรรมและการเติบโตอย่างยั่งยืนขององค์กร

BDMS สนับสนุนการเรียนรู้และพัฒนาทักษะที่เป็นประโยชน์ต่อการปฏิบัติงาน เปิดโอกาสให้พนักงานเติบโตในสายอาชีพ และส่งเสริมการทำงานร่วมกันระหว่างบุคลากรและหน่วยงาน แนวทางดังกล่าวช่วยเสริมสร้างสภาพแวดล้อมการทำงานที่เอื้อต่อการเรียนรู้ วัฒนธรรมองค์กรที่เข้มแข็ง และความพร้อมของบุคลากรในการส่งมอบบริการสุขภาพที่มีคุณภาพแก่ผู้รับบริการอย่างต่อเนื่อง

การพัฒนาทุนมนุษย์และการฝึกอบรม

BDMS กำหนดนโยบายการฝึกอบรมและพัฒนาพนักงานให้ครอบคลุมบุคลากรทั้งสายวิชาชีพทางคลินิกและสายงานสนับสนุน รวมถึงพนักงานเข้าใหม่ พนักงานสัญญาจ้าง และพนักงานชั่วคราว เพื่อให้บุคลากรมีความเข้าใจในทิศทางขององค์กร ระบบคุณภาพของโรงพยาบาล ตลอดจนความรู้ ทักษะ และสมรรถนะที่จำเป็นต่อการปฏิบัติงานตามบทบาทและความรับผิดชอบ

บริษัทออกแบบแนวทางการฝึกอบรมและพัฒนาให้สอดคล้องกับค่านิยมและกลยุทธ์ขององค์กร โดยมุ่งเสริมสร้างทักษะ ความรู้ และความเชี่ยวชาญใหม่ ๆ ที่จำเป็นต่อการปฏิบัติงานและการพัฒนาวิชาชีพอย่างต่อเนื่อง เพื่อเตรียมความพร้อมให้บุคลากรสามารถปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลงด้านเศรษฐกิจ เทคโนโลยี และสิ่งแวดล้อม ซึ่งส่งผลต่อการดำเนินงานของบุคลากรทางการแพทย์และพนักงานทุกกลุ่ม

แนวทางดังกล่าวช่วยสนับสนุนการพัฒนาทุนมนุษย์อย่างเป็นระบบ เสริมสร้างความพร้อมของบุคลากรในการส่งมอบบริการสุขภาพที่มีคุณภาพ และสนับสนุนการเติบโตอย่างยั่งยืนขององค์กร

การฝึกอบรมและพัฒนาพนักงาน BDMS

BDMS จัดให้มีการฝึกอบรมและพัฒนาพนักงานอย่างเป็นระบบ ครอบคลุมตั้งแต่การปฐมนิเทศพนักงานใหม่ การพัฒนาตามบทบาทหน้าที่ การฝึกอบรมภาคบังคับ การยกระดับคุณภาพการให้บริการ ตลอดจนการเสริมสร้างความรู้ด้านสิ่งแวดล้อม สังคม และบรรษัทภิบาล เพื่อพัฒนาศักยภาพของบุคลากรให้สามารถปฏิบัติงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ สอดคล้องกับทิศทางและกลยุทธ์ขององค์กร โดยมีการอบรม ดังนี้

1. การปฐมนิเทศทั่วไปสำหรับพนักงานใหม่

บริษัทจัดการปฐมนิเทศเพื่อให้พนักงานใหม่มีความเข้าใจเกี่ยวกับวัฒนธรรมองค์กร ทิศทาง วิสัยทัศน์ พันธกิจ และค่านิยมหลักของ BDMS รวมถึงมาตรฐานการบริการ ระเบียบข้อบังคับ หลักการให้บริการ ความปลอดภัยในสถานที่ทำงาน และระบบคุณภาพของโรงพยาบาล

2. การปฐมนิเทศระดับหน่วยงาน

แต่ละหน่วยงานสื่อสารพันธกิจ กลยุทธ์ ขอบเขตการให้บริการ นโยบาย และแนวทางการปฏิบัติงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้พนักงานเข้าใจบทบาทหน้าที่ของตน และสามารถปฏิบัติงานได้สอดคล้องกับกลยุทธ์องค์กร

3. การฝึกอบรมภาคบังคับ

BDMS จัดการฝึกอบรมเพื่อให้พนักงานทุกคนเข้าใจกลยุทธ์และทิศทางขององค์กร จริยธรรมธุรกิจ นโยบายต่อต้านคอร์รัปชัน ระบบและการปรับปรุงคุณภาพ การบริหารความเสี่ยง ความปลอดภัยอัคคีภัยขั้นพื้นฐาน การช่วยชีวิตขั้นพื้นฐาน และระบบเทคโนโลยีสารสนเทศ รวมถึงหลักสูตรที่เกี่ยวข้องกับบุคลากรวิชาชีพ กฎหมาย และข้อบังคับที่เกี่ยวข้อง

4. การฝึกอบรมด้านการปรับปรุงคุณภาพ

บริษัทนำข้อมูลจากการติดตามเหตุการณ์ด้านคุณภาพและความปลอดภัย ข้อร้องเรียนของผู้ป่วย การเปลี่ยนแปลงกระบวนการทำงาน เทคโนโลยีใหม่ และความจำเป็นด้านทักษะภาษาอังกฤษ มาใช้ในการออกแบบและปรับปรุงหลักสูตรฝึกอบรมอย่างต่อเนื่อง โดยมีการอบรมและประเมินทั้งความรู้ภาคทฤษฎีและภาคปฏิบัติด้านการดูแลผู้ป่วยตามระดับตำแหน่งและบทบาทหน้าที่ เพื่อสนับสนุนความก้าวหน้าในอาชีพ และให้บุคลากรสามารถส่งมอบบริการรักษาพยาบาลได้อย่างมีประสิทธิผลและต่อเนื่อง

5. การอบรมและยกระดับทักษะด้าน ESG

BDMS ส่งเสริมความรู้และความตระหนักด้านสิ่งแวดล้อม สังคม และบรรษัทภิบาล (Environmental, Social and Governance: ESG) เพื่อสนับสนุนให้พนักงานสามารถนำหลักการความยั่งยืนไปประยุกต์ใช้ในการปฏิบัติงาน และร่วมขับเคลื่อนการเติบโตอย่างยั่งยืนขององค์กร

โครงการพัฒนาพนักงาน

โครงการเปลี่ยนผ่านสู่ดิจิทัล: การพัฒนาทักษะด้าน AI

BDMS ตระหนักว่าการเปลี่ยนแปลงของอุตสาหกรรมบริการสุขภาพจากเทคโนโลยีดิจิทัลและปัญญาประดิษฐ์ (AI) อาจส่งผลให้ลักษณะงาน กระบวนการทำงาน และทักษะที่พนักงานต้องใช้เปลี่ยนแปลงไป บริษัทจึงให้ความสำคัญกับการพัฒนาทักษะใหม่และการยกระดับทักษะของพนักงาน (reskilling and upskilling) เพื่อบรรเทาผลกระทบเชิงลบที่อาจเกิดขึ้นจากการเปลี่ยนผ่านของอุตสาหกรรม โดยมุ่งให้พนักงานสามารถปรับตัว ทำงานร่วมกับเทคโนโลยีได้อย่างมั่นใจ และเข้าถึงโอกาสในการพัฒนาทักษะอย่างทั่วถึง

กลุ่มโรงพยาบาลสมิติเวชและ BNH ในปี 2568 จึงดำเนินโครงการพัฒนาทักษะด้านปัญญาประดิษฐ์ (AI) เพื่อสนับสนุนการเปลี่ยนผ่านสู่ดิจิทัลและเสริมสร้างขีดความสามารถของบุคลากรในการนำเทคโนโลยีมาเพิ่มประสิทธิภาพการทำงาน การตัดสินใจ และการพัฒนานวัตกรรม โดยจัดการเรียนรู้ในรูปแบบ Hybrid Program ที่ผสานการเรียนออนไลน์และการอบรมเชิงปฏิบัติการให้เหมาะสมกับพนักงานแต่ละกลุ่มเป้าหมาย ได้แก่ ผู้จัดการ 60 คน กลุ่ม AI Champion 97 คน และพนักงานทั่วไป 4,700 คน โดย ครอบคลุมพนักงานประจำ พนักงานตามสัญญาจ้างหรือพนักงานพาร์ทไทม์

หลักสูตรครอบคลุม AI Literacy 2026 สำหรับการยกระดับความรู้พื้นฐานด้าน AI ตลอดจนการอบรมเชิงลึก เช่น AI for Healthcare Workflow, Generative AI × Business Productivity และ AI Agent Development โดยใช้กรณีศึกษาจากการทำงานจริง การระดมความคิดเพื่อระบุ AI Use Case การฝึกเขียน Prompt การพัฒนาแนวคิด AI Agent และกิจกรรม Use Case Challenge เพื่อให้พนักงานสามารถประยุกต์ใช้ AI ในบริบทงานของตนได้อย่างเป็นรูปธรรม

รูปแบบการเรียนรู้ประกอบด้วยการโค้ชและการเป็นพี่เลี้ยงแบบมุ่งเป้า เพื่อสนับสนุนให้ผู้เข้าร่วมนำความรู้ไปต่อยอดในการทำงาน รวมทั้งการเรียนรู้ผ่านทีมและเครือข่ายข้ามสายงาน ซึ่งส่งเสริมการแลกเปลี่ยนประสบการณ์ การพัฒนาแนวทางแก้ไขปัญหาร่วมกัน และการบูรณาการ AI เข้ากับกระบวนการทำงานนอกเหนือจากภารกิจประจำ โครงการจึงช่วยพัฒนาศักยภาพรายบุคคล เพิ่มผลิตภาพ และสนับสนุนกลยุทธ์การเปลี่ยนผ่านสู่ดิจิทัลของ BDMS ในปี 2568

BDMS ติดตามผลผ่านการประเมินระดับ AI Literacy ตามทักษะและความสามารถในการประยุกต์ใช้ AI ในการทำงาน โดยตั้งเป้าหมายในปี 2569 ให้พนักงานกลุ่มเป้าหมายมี AI Literacy ระดับ 1 ร้อยละ 65 และระดับ 2 ร้อยละ 30 นอกจากนี้ ยังประเมินผลด้านประสบการณ์พนักงาน โดยผลสำรวจสะท้อนคะแนนเฉลี่ย 10 มิติที่ 83.9 คะแนน และคะแนนความผูกพันเฉลี่ยของกลุ่มโรงพยาบาลสมิติเวชและ BNH ที่ 84.76 คะแนน โดยโรงพยาบาลสมิติเวช ธนบุรีมีคะแนนสูงสุดที่ 88.94 คะแนน

ในด้านประสิทธิภาพการทำงาน Revenue Factor ในช่วงเดือนมกราคม–พฤษภาคม 2569 เพิ่มขึ้นร้อยละ 8.5 สูงกว่าเป้าหมายที่กำหนดไว้ร้อยละ 5 ทั้งนี้ ในปี 2568 BDMS มีคะแนนความพึงพอใจของผู้รับบริการสูงสุดเป็นประวัติการณ์ที่ร้อยละ 95.63 สูงกว่าเป้าหมายร้อยละ 88 อยู่ 7.63 จุดร้อยละ ข้อเสนอแนะและข้อร้องเรียนได้รับการรวบรวมและวิเคราะห์อย่างเป็นระบบผ่านระบบรายงานของโรงพยาบาล เพื่อนำไปพัฒนาบริการอย่างต่อเนื่อง โครงการพัฒนาทักษะ AI จึงเป็นส่วนหนึ่งของการเสริมสร้างขีดความสามารถของบุคลากร สนับสนุนประสิทธิภาพการดำเนินงาน คุณภาพบริการ ตลอดจนการดึงดูดและรักษาบุคลากรที่มีศักยภาพในระยะยาว โดยแนวทางดังกล่าวช่วยให้พนักงานมีทักษะที่สอดคล้องกับความต้องการของงานในอนาคต ลดความเสี่ยงที่บุคลากรจะถูกทิ้งไว้เบื้องหลังจากการเปลี่ยนแปลงทางเทคโนโลยี และสนับสนุนการเปลี่ยนผ่านขององค์กรสู่การใช้ AI อย่างมีความรับผิดชอบ โดยคำนึงถึงบุคลากรเป็นศูนย์กลาง

photo human resource management 6
photo human resource management 7
แผนสืบทอดตำแหน่ง (Succession Plan)

BDMS คัดเลือกและพัฒนาพนักงานที่มีความสามารถเพื่อให้เติบโตในเส้นทางอาชีพภายในองค์กร ผู้บังคับบัญชารับผิดชอบการประเมินบุคลากร การวางแผนพัฒนาสมรรถนะ และการติดตามผลการปฏิบัติงาน โดยมีการประเมินและวางแผนผู้สืบทอดตำแหน่งเป็นประจำทุกปี เพื่อให้มั่นใจถึงความพร้อมในกรณีผู้บริหารเกษียณอายุ การขยายธุรกิจ หรือการลาออก แนวทางพัฒนาสมรรถนะรายบุคคลประกอบด้วย

  • ประเมินและวางแผนสมรรถนะของผู้สืบทอดตำแหน่งแต่ละราย
  • การฝึกอบรมภาวะผู้นำ
  • การหมุนเวียนงานเพื่อเรียนรู้จากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
  • การมอบหมายงานพิเศษ
  • การศึกษาดูงานทั้งในและต่างประเทศ
  • การวางแผนสมรรถนะสำหรับพนักงานทุกระดับ เพื่อระบุความรู้และทักษะที่จำเป็น สนับสนุนการเรียนรู้และการประเมินผล เพื่อความก้าวหน้าในเส้นทางอาชีพด้วยความรู้และทักษะที่เพียงพอ

การบริหารผลการปฏิบัติงานของพนักงาน BDMS

  • การประเมินผลการปฏิบัติงานหลายมิติ

    BDMS ดำเนินการประเมินผลการปฏิบัติงานหลายมิติในรูปแบบ 360 องศา เพื่อเสริมสร้างประสิทธิภาพในการบริหารทรัพยากรบุคคลอย่างรอบด้าน โดยนำผลการประเมินมาใช้ประกอบการพิจารณาการให้รางวัล การพัฒนาศักยภาพบุคลากร การประเมินผลการปฏิบัติงาน การเลื่อนตำแหน่ง และการบริหารค่าตอบแทนอย่างเป็นธรรม ภายใต้กรอบการประเมินที่ครอบคลุมดัชนีชี้วัดผลการดำเนินงาน (KPIs) ขีดความสามารถหลัก (Core Competencies) และขีดความสามารถด้านการบริหารและภาวะผู้นำ (Leadership Competencies) ซึ่งตั้งอยู่บนรากฐานของจริยธรรมองค์กร ปรัชญาองค์กร จรรยาบรรณในการดำเนินธุรกิจ และหลักความซื่อสัตย์ทางวิชาชีพ อันเป็นพื้นฐานสำคัญของการพัฒนาทรัพยากรบุคคลและการเติบโตอย่างยั่งยืนขององค์กร

  • การประเมินผลแบบทีม

    BDMS ดำเนินการพัฒนาระบบการประเมินผลการปฏิบัติงานแบบทีมในหน่วยงานต่าง ๆ ขององค์กร อาทิ หน่วยงานพัฒนานวัตกรรมและหน่วยงานเทคโนโลยีดิจิทัล เพื่อรองรับรูปแบบการทำงานในอนาคตและเสริมสร้างขีดความสามารถขององค์กรในการขับเคลื่อนกลยุทธ์ที่มุ่งเน้นการประยุกต์ใช้เทคโนโลยี ระบบปัญญาประดิษฐ์ และนวัตกรรมอย่างต่อเนื่อง โดยให้ความสำคัญกับการทำงานร่วมกันข้ามสายงาน การแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ และการสร้างคุณค่าร่วมในระดับทีม ผ่านการกำหนดเป้าหมายและดัชนีชี้วัดผลการดำเนินงาน (KPIs) ที่สะท้อนผลลัพธ์ของการทำงานเป็นทีมอย่างชัดเจน ทั้งนี้ ระบบการประเมินได้รับการออกแบบให้มีความยืดหยุ่น สอดคล้องกับลักษณะและระยะเวลาของโครงการ โดยดำเนินการประเมินในรอบรายไตรมาสหรือรายปีตามความเหมาะสม เพื่อส่งเสริมแรงจูงใจในการคิดริเริ่มนวัตกรรม การปรับปรุงกระบวนการทำงานผ่านการใช้ระบบปัญญาประดิษฐ์เพื่อลดภาระงาน และเสริมสร้างความพร้อมของพนักงานและทีมงานในการรองรับความท้าทายใหม่ ๆ ขององค์กรในอนาคต

  • การแลกเปลี่ยนความคิดเห็นแบบทันท่วงที: Agile Conversations

    โรงพยาบาลในเครือ BDMS ส่งเสริมการบริหารผลการปฏิบัติงานผ่านการสื่อสารและการมีส่วนร่วมอย่างใกล้ชิด เปิดโอกาสให้ผู้บริหารระดับสูงและบุคลากรทุกระดับได้แลกเปลี่ยนความคิดเห็นแบบทันที เพื่อสร้างความเข้าใจร่วมกัน เสริมสร้างความสัมพันธ์อันดี รับฟังประเด็นปัญหาและข้อเสนอแนะจากหน่วยงานต่าง ๆ ควบคู่กับการสื่อสารทิศทางและกลยุทธ์การดำเนินงานขององค์กรอย่างทั่วถึง

    โครงการนี้ดำเนินการผ่าน “Director Meet Employee” โดยผู้อำนวยการโรงพยาบาล ผู้บริหาร และผู้แทนจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมการประชุมช่วงเช้าเป็นประจำทุกวัน เพื่อแลกเปลี่ยนข้อมูลและประสานการดำเนินงานอย่างต่อเนื่อง การสื่อสารอย่างสม่ำเสมอดังกล่าวช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการสื่อสารและการทำงานร่วมกันข้ามสายงาน โดยสนับสนุนทั้งการสื่อสารทิศทางองค์กรจากบนลงล่าง และการสะท้อนข้อมูลจากพนักงานและหน่วยปฏิบัติงานจากล่างขึ้นบน

    ภายใต้แนวคิดหลัก 4 ด้าน

    1. การนำประเด็นปัญหาต่าง ๆ มาพิจารณาไตร่ตรอง (Reflection of Issues)
    2. การเตรียมพร้อมรับสถานการณ์ที่อาจจะเกิดขึ้น (Readiness of Actions)
    3. การชื่นชมผู้ที่ทำความดี (Recognition of Employees)
    4. การนำข้อมูลหรือแนวทางการแก้ปัญหาจากผู้บริหารกลับมาสื่อสารให้ทีมทราบและนำไปใช้แก้ปัญหา (Return of Solution)
การยกระดับกระบวนการประเมินผลการปฏิบัติงานด้วยปัญญาประดิษฐ์

BDMS นำเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ มาใช้ยกระดับกระบวนการประเมินผลการปฏิบัติงานของพนักงาน โดยพัฒนาระบบประเมินสมรรถนะ (Competency Assessment) สำหรับการประเมินรอบกลางปี เพื่อเพิ่มความสะดวก รวดเร็ว และประสิทธิภาพในการบริหารจัดการข้อมูลด้านบุคลากร แทนการดำเนินงานผ่านแบบประเมินกระดาษ

photo human resource management 8

การปรับเปลี่ยนสู่ระบบดิจิทัลช่วยให้การประเมินเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น ลดภาระงานด้านเอกสาร และสนับสนุนให้ผู้บริหารสามารถนำข้อมูลไปใช้ประกอบการพัฒนาศักยภาพพนักงานได้อย่างเหมาะสมและทันท่วงที ทั้งนี้ โครงการสามารถลดการใช้แบบประเมินกระดาษได้ร้อยละ 99 ซึ่งช่วยลดการใช้ทรัพยากรและสนับสนุนการดำเนินงานที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ควบคู่กับการพัฒนาทุนมนุษย์ขององค์กรอย่างยั่งยืน

การยกระดับความเป็นอยู่ที่ดีของพนักงานแบบองค์รวม

สวัสดิการและสิทธิประโยชน์ของพนักงาน ครอบครัวพนักงาน

BDMS มุ่งยึดมั่นวัฒนธรรมความหลากหลาย ความเสมอภาค และการมีส่วนร่วม เพื่อให้เกิดความเป็นธรรมในการดำเนินธุรกิจทุกด้าน ความมุ่งมั่นดังกล่าวเป็นพื้นฐานของการออกแบบสวัสดิการและสิทธิประโยชน์ โดยมุ่งดูแลความเป็นอยู่ที่ดีของพนักงานและครอบครัวทั้งด้านสุขภาพกาย สุขภาวะทางใจ และความมั่นคงทางการเงิน BDMS มุ่งยกระดับคุณภาพชีวิตพนักงานผ่านสิทธิประโยชน์หลากหลาย เช่น วัคซีนและการสร้างภูมิคุ้มกัน รวมถึงวัคซีนโควิด-19 การออกกำลังกาย ส่งเสริมความสุขในที่ทำงานและสมดุลระหว่างชีวิตกับการทำงาน เพื่อให้พนักงานสามารถพัฒนาศักยภาพได้อย่างเต็มที่ โดยมีตัวอย่างรายละเอียดสวัสดิการและสิทธิประโยชน์ ผ่านสิทธิประโยชน์แบบองค์รวม

ความเป็นอยู่ที่ดีของพนักงานและครอบครัวพนักงาน ด้านสุขภาพกาย ด้านสุขภาพใจ
  • สวัสดิการรักษาพยาบาล
  • สวัสดิการรักษาฟัน
  • สิทธิการคลอดบุตร
  • การตรวจสุขภาพประจำปี
  • วัคซีนและการสร้างเสริมภูมิคุ้มกันโรค
  • อุปกรณ์ชุดตรวจ ATK
  • ศูนย์ให้คำปรึกษาด้านสุขภาพจิต
ความเป็นอยู่ที่ดีของพนักงาน ด้านการเงิน
  • โครงการสินเชื่อ ดอกเบี้ยพิเศษเพื่อพนักงาน
  • เบี้ยขยัน
  • กองทุนสำรองเลี้ยงชีพ
  • เงินช่วยเหลือเครื่องแบบพนักงาน
  • เงินช่วยเหลืองานศพ
  • เงินสนับสนุนการดูแลบุตรในวัยก่อนอนุบาล ไม่เกินปีละ 3,000 บาท
  • เงินช่วยเหลือการติดเชื้อไวรัสเอชไอวีจากการทำงาน
ความเป็นอยู่ที่ดีของพนักงาน ด้านการส่งเสริมคุณภาพชีวิต
  • ชั่วโมงการทำงานที่ยืดหยุ่น
  • หอพักพนักงาน
  • ห้องอาหารพนักงานและส่วนลดภายในโรงพยาบาล
  • บริการจัดรถรับส่งพนักงาน
  • ศูนย์รับเลี้ยงบุตรพนักงาน
  • Coworking Space
  • ห้องให้นมบุตรและถุงนมสำหรับบรรจุนมบุตร
  • นโยบายการทำงานจากที่บ้าน*

*สำหรับสายงานเฉพาะทาง ซึ่งไม่จำเป็นต้องอยู่ที่สถานที่ทำงานหรือสามารถทำงานนอกเวลาได้ เช่น ทีมการตลาดดิจิทัล ทีมนวัตกรรม ทีมพัฒนาเทคโนโลยี และเจ้าหน้าที่รับสายโทรศัพท์ให้บริการลูกค้า เป็นต้น

สวัสดิการและการส่งเสริมคุณภาพชีวิตของพนักงาน BDMS ปี 2568
สวัสดิการสิทธิการลา สิทธิตามกฎหมายกำหนด สิทธิที่ BDMS
มอบให้พนักงาน
จำนวนวันเพื่อเลี้ยงดูบุตรสำหรับพนักงานหญิง โดยสนับสนุนให้บุคลากรที่ตั้งครรภ์และมีอายุครรภ์ในช่วง 3 เดือนก่อนคลอดสามารถทำงานที่บ้าน (Work from Home) หรือปรับสภาพการจ้างให้เป็นแบบไม่เต็มเวลาได้โดยไม่กระทบอายุงาน 120 วัน 120 วัน
(โดยได้ค่าจ้างอัตราปกติ ตลอดระยะเวลาที่ลาไม่เกิน 50 วัน)
จำนวนวันเพื่อช่วยดูแลบุตรหลังคลอดสำหรับพนักงานชาย 15 วัน 15 วัน
(โดยได้ค่าจ้างอัตราปกติ ตลอดระยะเวลาที่ลา)
สิทธิลาป่วยเพื่อดูแลบุตรพิการ/ป่วย 15 วัน 15 วัน
(โดยได้รับค่าจ้าง 50% ของค่าจ้างปกติ)
จำนวนวันเพื่อดูแลสมาชิกในครอบครัวเนื่องจากปัญหาสุขภาพกายหรือสุขภาพจิต ไม่กำหนด 3 วัน
(โดยได้ค่าจ้างอัตราปกติ ตลอดระยะเวลาที่ลา)
ลาวันพิเศษ ในวันคล้ายวันเกิด ไม่กำหนด 1 วัน
(โดยได้ค่าจ้างอัตราปกติ ตลอดระยะเวลาที่ลา)
วันหยุดตามประเพณี โดยสิทธิที่ได้รับตามอายุงาน ไม่น้อยกว่าปีละ 13 วัน 14 วัน
วันหยุดพักผ่อนประจำปี ไม่น้อยกว่าปีละ 6 วัน สูงสุด 10 วัน
วันลากิจ 3 วัน 15 วัน
สิ่งจูงใจระยะยาวสำหรับพนักงาน

BDMS จัดให้มีโครงการสิ่งจูงใจระยะยาวสำหรับพนักงานที่ต่ำกว่าระดับผู้บริหารระดับสูง โดยกำหนดค่าตอบแทนผันแปรให้เชื่อมโยงกับผลการปฏิบัติงานของพนักงาน ซึ่งประเมินจากผลการดำเนินงานในช่วงปี 2566–2568 โครงการดังกล่าวมุ่งสร้างแรงจูงใจให้พนักงานมีส่วนร่วมในการขับเคลื่อนเป้าหมายเชิงกลยุทธ์ระยะยาวของ BDMS ผ่านการพัฒนานวัตกรรม การเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงาน และการส่งมอบบริการสุขภาพที่มีคุณภาพและความปลอดภัยแก่ผู้ป่วยและผู้รับบริการอย่างต่อเนื่อง

ในปี 2568 BDMS ได้กำหนดให้ปัญญาประดิษฐ์ (AI) เป็นส่วนสำคัญของกลยุทธ์องค์กรและเป็นหนึ่งในกลไกหลักในการขับเคลื่อนการเปลี่ยนผ่านองค์กรในระยะยาว โดยมุ่งใช้ AI เพื่อเสริมสร้างขีดความสามารถของบุคลากร ยกระดับคุณภาพและความปลอดภัยของบริการสุขภาพ เพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงาน และสร้างความได้เปรียบในการแข่งขันควบคู่กับการสร้างคุณค่าอย่างยั่งยืน การดำเนินงานครอบคลุมการพัฒนาความพร้อมด้านข้อมูลและโครงสร้างพื้นฐาน การเสริมสร้างความรู้และทักษะด้าน AI ตามบทบาทงาน การส่งเสริมความร่วมมือข้ามสายงาน ตลอดจนการกำกับดูแลการใช้ AI อย่างมีจริยธรรมและรับผิดชอบ

BDMS กำหนดกรอบธรรมาภิบาล AI ที่ครอบคลุมการประเมินความเสี่ยงตามลักษณะการใช้งาน การกำหนดผู้รับผิดชอบที่ชัดเจน การมีมนุษย์กำกับดูแลกระบวนการตัดสินใจ (Human-in-the-Loop) และการติดตามประสิทธิภาพ ความแม่นยำ และความคลาดเคลื่อนของระบบอย่างต่อเนื่อง แนวทางดังกล่าวสนับสนุนให้พนักงานพัฒนาและนำเสนอนวัตกรรมที่สอดคล้องกับทิศทางเชิงกลยุทธ์และเป้าหมายความยั่งยืนระยะยาวขององค์กร พร้อมสร้างผลลัพธ์ด้านคุณภาพการรักษาพยาบาล ความปลอดภัยของผู้ป่วย ประสิทธิภาพการดำเนินงาน และการเติบโตอย่างยั่งยืนของ BDMS

โดย BDMS ดำเนิน “Idea Sharing Project” อย่างต่อเนื่องตลอดระยะเวลา 4 ปี เพื่อส่งเสริมการพัฒนาศักยภาพของพนักงาน สร้างแรงจูงใจอย่างต่อเนื่อง และรักษาบุคลากรที่มีศักยภาพสูงให้เติบโตไปพร้อมกับองค์กร สอดคล้องกับความเชื่อที่ว่า “นวัตกรรมที่ยิ่งใหญ่ที่สุดคือคนที่ไม่เคยหยุดพัฒนา” แนวทางดังกล่าวได้รับการขยายผลไปยังโรงพยาบาลอื่นในเครือ BDMS อาทิ โรงพยาบาลเปาโล โรงพยาบาลพญาไท และโรงพยาบาลสมิติเวช ผ่านโครงการส่งเสริมนวัตกรรม เช่น ANT Innovation และ Ppitchs Awards

ในปี 2568 BDMS ได้ยกระดับและขยายขอบเขตของโครงการสิ่งจูงใจระยะยาวไปสู่ “AI-Driven Innovation” ซึ่งเป็นโครงการประกวดนวัตกรรมด้านปัญญาประดิษฐ์ที่เปิดโอกาสให้พนักงานร่วมพัฒนา ทดลอง และนำแนวคิดไปประยุกต์ใช้ในการปฏิบัติงานจริง พร้อมส่งเสริมการทำงานร่วมกันข้ามสายงานและการต่อยอดนวัตกรรมในระดับองค์กร โครงการเหล่านี้ก่อให้เกิดผลลัพธ์ที่ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงาน ยกระดับคุณภาพบริการและประสบการณ์ของผู้ป่วยและผู้รับบริการ ตลอดจนสนับสนุนการใช้ทรัพยากรอย่างมีประสิทธิภาพและลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม โดยมีรายละเอียดดังนี้

โครงการที่ 1: Idea Sharing Project

รายละเอียดโครงการสิ่งจูงใจ

BDMS ริเริ่ม “Idea Sharing Project” เพื่อส่งเสริมให้พนักงานทุกระดับมีส่วนร่วมในการสร้างสรรค์และพัฒนานวัตกรรมที่สอดคล้องกับทิศทางเชิงกลยุทธ์ขององค์กร โครงการครอบคลุมการพัฒนาผลิตภัณฑ์ กระบวนการให้บริการ รูปแบบธุรกิจ และโครงการด้านสิ่งแวดล้อม ตลอดจนการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีเพื่อยกระดับการบริหารความเสี่ยงและภาวะวิกฤต ความมั่นคงปลอดภัยของข้อมูลและไซเบอร์ และการพัฒนาธุรกิจในกลุ่ม New S-Curve

BDMS สนับสนุนพนักงานที่เข้าร่วมโครงการผ่านกลไกการยอมรับและสิ่งจูงใจอย่างต่อเนื่อง เช่น คะแนนสะสมผ่านแอปพลิเคชัน BDMS “Ampos” ขณะที่พนักงานซึ่งพัฒนาโครงการจนผ่านเข้าสู่รอบสุดท้ายจะได้รับการยกย่องและค่าตอบแทนจูงใจ โดยจ่ายเป็นรายไตรมาสต่อเนื่องมากกว่า 3 ปี หรือตามระยะเวลาดำเนินงานของแต่ละโครงการ

การพิจารณาสิ่งจูงใจเชื่อมโยงกับผลการปฏิบัติงานของพนักงานและความสำเร็จของโครงการในระยะยาว ครอบคลุมความสามารถในการพัฒนาแนวคิด การนำไปทดลองและใช้งานจริง การสร้างผลลัพธ์ที่วัดได้ และการขยายผลภายในองค์กร กลไกดังกล่าวช่วยส่งเสริมให้พนักงานมีส่วนร่วมต่อเนื่องตลอดวงจรของนวัตกรรม พร้อมสร้างความผูกพัน ความรู้สึกเป็นเจ้าของ และแรงจูงใจในการพัฒนาผลงานที่สร้างคุณค่าให้แก่ BDMS และผู้มีส่วนได้เสีย

การยกระดับโครงการในปี 2568

ในปี 2568 BDMS ได้ยกระดับ Idea Sharing Project ภายใต้แนวคิด “Health Ecosystem: Value Creation of Good Health” เพื่อขยายบทบาทของนวัตกรรมจากการปรับปรุงผลิตภัณฑ์และกระบวนการภายในองค์กร ไปสู่การพัฒนาระบบนิเวศสุขภาพที่เชื่อมโยงเครือข่ายโรงพยาบาล บุคลากรทางการแพทย์ เทคโนโลยีดิจิทัล ข้อมูลสุขภาพ และบริการสุขภาพอย่างครบวงจร

แนวคิดดังกล่าวส่งเสริมให้พนักงานพัฒนานวัตกรรมที่เชื่อมโยงบริการสุขภาพในทุกช่วงของเส้นทางการดูแล ตั้งแต่การส่งเสริมสุขภาพและป้องกันโรค การวินิจฉัยและรักษา การฟื้นฟูสุขภาพ ไปจนถึงการดูแลสุขภาวะอย่างต่อเนื่องที่บ้านและในชุมชน โดยมุ่งสร้างคุณค่าที่วัดผลได้ใน 3 มิติ ได้แก่

  • คุณค่าต่อบุคคล (Individual Value): เสริมพลังให้ผู้ป่วยและผู้รับบริการสามารถเข้าถึงข้อมูล มีส่วนร่วมในการตัดสินใจ และบริหารจัดการสุขภาพของตนเองได้อย่างเหมาะสม พร้อมส่งเสริมการมีอายุยืนอย่างมีคุณภาพ ความสามารถในการรับมือกับความเสี่ยงด้านสุขภาพ และผลิตภาพในระยะยาว
  • คุณค่าต่อสังคม (Social Value): สนับสนุนผลลัพธ์ทางสุขภาพที่ดีขึ้น การดูแลสุขภาพที่มีคุณค่าสูง การประสานงานระหว่างหน่วยบริการ และการพัฒนาชุมชนสุขภาพที่เข้มแข็งและยั่งยืน
  • คุณค่าทางเศรษฐกิจ (Economic Value): ส่งเสริมสุขภาพที่ดีของประชากรและกำลังแรงงาน เพิ่มผลิตภาพ สนับสนุนการใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่า และช่วยลดค่าใช้จ่ายด้านสุขภาพในระยะยาว

ภายใต้แนวคิดนี้ BDMS เชื่อมโยงองค์ประกอบต่าง ๆ ของระบบนิเวศสุขภาพ ได้แก่ เครือข่ายโรงพยาบาล คลินิก ร้านขายยา ผู้ผลิตผลิตภัณฑ์ทางการแพทย์ บริการ Health@Home บริการสุขภาพทางไกล ข้อมูลสุขภาพของผู้ป่วย และบริการส่งเสริมสุขภาวะ เพื่อสนับสนุนให้บุคคลและชุมชนสามารถมีบทบาทในการกำหนดเส้นทางไปสู่สุขภาพและความเป็นอยู่ที่ดีของตนเอง

ตัวอย่างนวัตกรรมภายใต้โครงการ

หนึ่งในนวัตกรรมที่สะท้อนแนวคิด Health Ecosystem คือ Telehealth Anywhere ซึ่งบูรณาการบริการสุขภาพดิจิทัลเข้ากับเครือข่ายบริการของ BDMS ผ่านบริการหลัก 4 ประการ ได้แก่

  1. การปรึกษาแพทย์ทางไกล (Tele Consultation)
  2. เภสัชกรรมทางไกล (Tele Pharmacy)
  3. Health Mall
  4. Health Package

การเชื่อมโยงบริการดังกล่าวช่วยให้ผู้ป่วยสามารถเข้าถึงบริการและได้รับประสบการณ์ที่ต่อเนื่องตลอดเส้นทางการรักษาผ่านโรงพยาบาลเสมือนจริง พร้อมขยายขอบเขตการดูแลสุขภาพจากภายในโรงพยาบาลไปสู่บ้านและชุมชน ผู้ป่วยสามารถเข้าถึงคำปรึกษาจากแพทย์ บริการด้านยา ผลิตภัณฑ์สุขภาพ และข้อมูลที่จำเป็นต่อการดูแลสุขภาพผ่านช่องทางดิจิทัลได้อย่างสะดวกมากขึ้น

การยกระดับโครงการในปี 2568 ยังต่อยอดจากความสำเร็จของนวัตกรรมที่พนักงานพัฒนาขึ้นในช่วงที่ผ่านมา เช่น Paperless Health Information Exchange ซึ่งได้รับรางวัล Smart Healthcare in BDMS Awards 2023 โครงการนี้แสดงให้เห็นถึงศักยภาพของพนักงานในการพัฒนาโซลูชันดิจิทัลสำหรับการส่งและแลกเปลี่ยนข้อมูลผลวิเคราะห์ ทำให้ผู้ป่วยและบุคลากรทางการแพทย์สามารถเข้าถึงข้อมูลเอกซเรย์ได้อย่างสะดวก ถูกต้อง และปลอดภัย โดยผลการดำเนินงานของโครงการช่วยลดระยะเวลารอคอยได้ร้อยละ 70 ลดต้นทุนเมื่อเทียบกับงบประมาณร้อยละ 24 และยกระดับความปลอดภัยของข้อมูลเป็นร้อยละ 100

ความเชื่อมโยงกับความยั่งยืน

Idea Sharing Project เชื่อมโยงการพัฒนาศักยภาพพนักงานเข้ากับการสร้างคุณค่าที่ยั่งยืนผ่านนวัตกรรม โดยเปิดโอกาสให้พนักงานเปลี่ยนองค์ความรู้ ประสบการณ์ และความคิดสร้างสรรค์จากการทำงานให้เป็นผลิตภัณฑ์ กระบวนการ และรูปแบบบริการที่สามารถแก้ไขปัญหาและสร้างผลลัพธ์ให้แก่ผู้ป่วย องค์กร สังคม และสิ่งแวดล้อม

มิติทางสังคม: Telehealth Anywhere ช่วยเพิ่มการเข้าถึงบริการสุขภาพแก่ผู้มีส่วนได้เสียทุกกลุ่ม โดยเฉพาะผู้ป่วยโรคเรื้อรัง ผู้ป่วยเด็ก ผู้สูงอายุ และกลุ่มเปราะบางที่อาจมีข้อจำกัดด้านการเดินทาง การเชื่อมโยงบริการปรึกษาแพทย์ เภสัชกรรม และข้อมูลสุขภาพผ่านช่องทางดิจิทัลช่วยเพิ่มความต่อเนื่องในการดูแล ลดระยะเวลารอคอย และลดความเสี่ยงจากการเดินทางหรือการสัมผัสเชื้อในสถานพยาบาล

มิติสิ่งแวดล้อม: บริการสุขภาพทางไกลช่วยลดความจำเป็นในการเดินทางมายังโรงพยาบาลและการปล่อยก๊าซเรือนกระจกที่เกี่ยวข้อง ขณะที่การเปลี่ยนผ่านไปสู่การแลกเปลี่ยนข้อมูลสุขภาพในรูปแบบดิจิทัลช่วยลดการใช้กระดาษ วัสดุสำหรับจัดเก็บข้อมูล และทรัพยากรที่เกี่ยวข้องกับการจัดส่งเอกสาร สนับสนุนการดำเนินงานแบบดิจิทัลและการใช้ทรัพยากรอย่างมีประสิทธิภาพ

มิติเศรษฐกิจและการดำเนินงาน: โครงการช่วยลดต้นทุน เพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงาน และสร้างโอกาสในการพัฒนาบริการและแหล่งรายได้ใหม่ภายใต้ระบบนิเวศสุขภาพของ BDMS พร้อมสนับสนุนการสร้างกำลังคนที่มีทักษะด้านนวัตกรรมและสามารถตอบสนองต่อการเปลี่ยนแปลงของธุรกิจสุขภาพในอนาคต

มิติด้านทุนมนุษย์: การเชื่อมโยงผลสำเร็จของนวัตกรรมกับสิ่งจูงใจระยะยาวช่วยส่งเสริมความคิดสร้างสรรค์ การทำงานร่วมกันข้ามสายงาน ความผูกพัน และความรู้สึกเป็นเจ้าของในหมู่พนักงาน ตลอดจนสนับสนุนการพัฒนาและรักษาบุคลากรที่มีศักยภาพสูงให้อยู่และเติบโตไปพร้อมกับองค์กร

การยกระดับ Idea Sharing Project ภายใต้แนวคิด Health Ecosystem: Value Creation of Good Health จึงสะท้อนพัฒนาการของ BDMS จากการสนับสนุนนวัตกรรมรายโครงการไปสู่การสร้างระบบนิเวศสุขภาพที่เชื่อมโยงกันอย่างครบวงจร พร้อมสร้างคุณค่าต่อบุคคล สังคม และเศรษฐกิจ และสนับสนุนการเติบโตอย่างยั่งยืนของ BDMS ในระยะยาว

โครงการที่ 2: BDMS Utilization Review Technology (BURT)

รายละเอียดโครงการสิ่งจูงใจ

ภายใต้โครงการสิ่งจูงใจระยะยาว “AI-Driven Innovation” BDMS ส่งเสริมและให้การยอมรับแก่พนักงานที่มีส่วนร่วมในการคิดค้น พัฒนา ทดสอบ และขยายผลนวัตกรรมปัญญาประดิษฐ์ที่สามารถสร้างผลลัพธ์ที่วัดได้ให้แก่องค์กร โดยหนึ่งในผลงานสำคัญคือ BDMS Utilization Review Technology (BURT) หรือระบบปัญญาประดิษฐ์เพื่อการบริหารจัดการทรัพยากรทางการแพทย์

BURT เป็นนวัตกรรมด้านการพัฒนากระบวนการให้บริการ (Process Innovation) ที่วิจัยและพัฒนาขึ้นภายในองค์กร ผ่านความร่วมมือของพนักงานและบุคลากรจากสหสาขาวิชาชีพ ได้แก่ แพทย์ พยาบาลด้านการบริหารจัดการทรัพยากรสุขภาพ (Utilization Management) และบุคลากรด้านเทคโนโลยีสารสนเทศ ซึ่งร่วมกันออกแบบ พัฒนา และปรับปรุงระบบตามความเชี่ยวชาญของแต่ละสายงาน ปัจจุบัน BDMS ได้ขยายผลการใช้งานระบบไปยังโรงพยาบาลในเครือมากกว่า 30 แห่ง

โครงการมีวัตถุประสงค์เพื่อเพิ่มความแม่นยำและประสิทธิภาพในการบริหารทรัพยากรทางการแพทย์ ลดภาระงานด้านการตรวจสอบของบุคลากรผู้เชี่ยวชาญ และสนับสนุนการพิจารณาความเหมาะสมของการรักษา เพื่อให้ผู้ป่วยได้รับบริการที่มีคุณภาพ คุ้มค่า และสอดคล้องกับหลัก Value-Based Healthcare ตลอดจนมาตรฐานคุณภาพและความปลอดภัยในการรักษาพยาบาล

การพิจารณาผลงานของพนักงานภายใต้โครงการสิ่งจูงใจเชื่อมโยงกับความสำเร็จและผลลัพธ์ของโครงการในระยะยาว ครอบคลุมการพัฒนาระบบให้สามารถนำไปใช้จริง ความถูกต้องและความแม่นยำของการประมวลผล ประสิทธิภาพที่เพิ่มขึ้น การขยายผลไปยังโรงพยาบาลในเครือ และคุณค่าที่เกิดขึ้นต่อผู้ป่วย บุคลากรทางการแพทย์ และองค์กร

ภายหลังการนำ BURT มาใช้สนับสนุนการบริหารจัดการข้อมูลผู้ป่วยมากกว่า 700,000 ราย ระบบสามารถประเมินความเหมาะสมของการเข้ารับการรักษาในโรงพยาบาลและการใช้ทรัพยากรทางการแพทย์ด้วยความแม่นยำสูงถึงร้อยละ 95 โดยสนับสนุนการประเมินข้อมูลสำคัญ ได้แก่

  • ความเหมาะสมของการเข้าพักรักษาตัวในโรงพยาบาล
  • ระยะเวลาพักรักษาตัวที่เหมาะสม
  • ความจำเป็นในการใช้ยาสำคัญ เช่น ยาปฏิชีวนะและยาบรรเทาอาการปวด
  • ความเหมาะสมของกระบวนการและแนวทางการรักษา

BURT ช่วยลดระยะเวลาในการทวนสอบข้อมูลจาก 75 นาทีเหลือ 2 นาทีต่อราย ลดภาระงานได้มากกว่า 14,000 ชั่วโมงต่อปี และลดความต้องการอัตรากำลังสำหรับงานตรวจสอบของพยาบาล Utilization Management ได้ร้อยละ 50 ทำให้องค์กรสามารถจัดสรรบุคลากรทางการแพทย์ไปปฏิบัติงานที่สร้างคุณค่าและมีความสำคัญต่อการดูแลผู้ป่วยได้มากขึ้น

ความสำเร็จของ BURT ยังได้รับการยอมรับจากภายนอกผ่านการตีพิมพ์ผลงานทางวิชาการ การได้รับรางวัล Product Innovation of the Year 2024 จาก International Travel & Health Insurance Journal และการได้รับความคุ้มครองด้านทรัพย์สินทางปัญญาในรูปแบบอนุสิทธิบัตร สะท้อนความสามารถของพนักงานในการเปลี่ยนองค์ความรู้และความร่วมมือข้ามสายงานให้เป็นนวัตกรรมที่สามารถสร้างคุณค่าและขยายผลได้ในระยะยาว

ความเชื่อมโยงกับความยั่งยืน

โครงการ BURT เชื่อมโยงกับเป้าหมายความยั่งยืนของ BDMS ผ่านการยกระดับคุณภาพและประสิทธิภาพของระบบบริการสุขภาพ โดยใช้ AI เป็นเครื่องมือสนับสนุนการบริหารทรัพยากรทางการแพทย์อย่างเหมาะสม ลดขั้นตอนและภาระงานที่ไม่จำเป็น และช่วยให้บุคลากรสามารถมุ่งเน้นงานที่สร้างคุณค่าต่อผู้ป่วยได้มากขึ้น

ในมิติทางสังคม BURT สนับสนุนหลัก Value-Based Healthcare โดยช่วยให้การพิจารณาความเหมาะสมของการรักษามีความรวดเร็ว แม่นยำ และสอดคล้องกับมาตรฐานคุณภาพ ทำให้ผู้ป่วยมีโอกาสเข้าถึงการรักษาที่เหมาะสมและคุ้มค่าสูงสุด พร้อมสนับสนุนการใช้ยา ระยะเวลาพักรักษาตัว และทรัพยากรทางการแพทย์อย่างสมเหตุสมผล

ในมิติของทุนมนุษย์ โครงการส่งเสริมให้พนักงานจากหลายวิชาชีพร่วมกันพัฒนาทักษะด้าน AI การวิเคราะห์ข้อมูล และการสร้างนวัตกรรม พร้อมเปิดโอกาสให้บุคลากรทางการแพทย์ได้รับการปรับบทบาทจากงานตรวจสอบที่ใช้เวลาสูงไปสู่งานที่ต้องอาศัยความเชี่ยวชาญและมีความสำคัญต่อผู้ป่วยมากกว่า การเชื่อมโยงผลสำเร็จของโครงการกับสิ่งจูงใจระยะยาวจึงช่วยเสริมสร้างความผูกพัน รักษาบุคลากรที่มีศักยภาพ และสร้างวัฒนธรรมแห่งการเรียนรู้และนวัตกรรมภายในองค์กร

ในมิติเศรษฐกิจและการดำเนินงาน ระบบช่วยลดระยะเวลาทวนสอบ เพิ่มผลิตภาพของบุคลากร และสนับสนุนการจัดสรรทรัพยากรอย่างมีประสิทธิภาพ การขยายการใช้งานไปยังโรงพยาบาลในเครือมากกว่า 30 แห่งยังแสดงให้เห็นถึงความสามารถในการต่อยอดนวัตกรรมให้เกิดผลลัพธ์ในระดับองค์กร

ด้วยเหตุนี้ BURT จึงเป็นตัวอย่างที่เป็นรูปธรรมของการเชื่อมโยง การพัฒนาพนักงาน สิ่งจูงใจระยะยาว นวัตกรรมที่รับผิดชอบ คุณภาพการรักษาพยาบาล และประสิทธิภาพการใช้ทรัพยากร เข้าด้วยกัน พร้อมสนับสนุนความสามารถในการแข่งขันและการเติบโตอย่างยั่งยืนของ BDMS และระบบสาธารณสุขของประเทศไทยในระยะยาว

โครงการที่ 3: Innovator Commercialization Program

BDMS ส่งเสริมการพัฒนานวัตกรรมที่ขับเคลื่อนโดยพนักงานผ่าน Innovation Commercialization Program ซึ่งออกแบบมาเพื่อสร้างแรงจูงใจระยะยาวให้แก่นักนวัตกรรมภายในองค์กร โดยสนับสนุนการเปลี่ยนองค์ความรู้ ประสบการณ์จากการปฏิบัติงาน และความคิดสร้างสรรค์ของพนักงาน ให้เป็นผลิตภัณฑ์และนวัตกรรมที่สามารถนำไปใช้จริงและต่อยอดเชิงพาณิชย์ได้

โครงการครอบคลุมการพัฒนาผลิตภัณฑ์ทางการแพทย์ อุปกรณ์สนับสนุนการดูแลผู้ป่วย และผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร เช่น เตียงผู้ป่วย NPI อุปกรณ์ Safety Restraint และผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร Lavita โดย BDMS ให้การสนับสนุนตลอดกระบวนการ ตั้งแต่การคัดเลือกแนวคิด การวิจัยและพัฒนาต้นแบบ การทดสอบประสิทธิภาพและความปลอดภัย การนำไปใช้งานจริง ไปจนถึงการผลิต การจัดจำหน่าย และการขยายผลในเชิงพาณิชย์

พนักงานผู้พัฒนานวัตกรรมที่ผ่านการคัดเลือกมีสิทธิได้รับค่าตอบแทนผันแปร ซึ่งเชื่อมโยงกับรายได้จากการจำหน่ายผลิตภัณฑ์ การกำหนดสิ่งจูงใจในลักษณะดังกล่าวทำให้ผลตอบแทนของพนักงานขึ้นอยู่กับความสำเร็จและผลการดำเนินงานของนวัตกรรมตลอดระยะเวลาที่ผลิตภัณฑ์สามารถสร้างรายได้ มิใช่เพียงการให้รางวัลครั้งเดียวเมื่อเสนอแนวคิดหรือพัฒนาต้นแบบสำเร็จ อีกทั้งรายได้ส่วนหนึ่งยังสามารถนำกลับไปลงทุนเพื่อพัฒนา ปรับปรุง และขยายผลนวัตกรรมอย่างต่อเนื่อง ช่วยสร้างวงจรการพัฒนานวัตกรรมที่เติบโตและสร้างคุณค่าให้แก่องค์กรในระยะยาว

ในปี 2568 BDMS ได้ยกระดับ Innovation Commercialization Program จากการสนับสนุนการพัฒนาผลิตภัณฑ์ ไปสู่การสร้างเส้นทางเชิงพาณิชย์ที่ครบวงจรมากขึ้น โดยมุ่งเน้นการนำผลงานของพนักงานไปใช้จริง การขยายผลภายในเครือข่ายโรงพยาบาล การพัฒนาศักยภาพทางการตลาด และการต่อยอดผลิตภัณฑ์ให้สามารถสร้างรายได้อย่างต่อเนื่อง

ภายใต้การยกระดับโครงการดังกล่าว BDMS ได้พัฒนาสินค้านวัตกรรมเพิ่มเติมรวม 15 รายการ ได้แก่ ผลิตภัณฑ์อาหารเสริมภายใต้แบรนด์ LAVITA จำนวน 3 รายการ ผลิตภัณฑ์เครื่องสำอางภายใต้แบรนด์ BREA จำนวน 4 รายการ และผลิตภัณฑ์เครื่องมือแพทย์ เวชภัณฑ์ และอุปกรณ์สำหรับการพยาบาลภายใต้แบรนด์ pelp+ จำนวน 8 รายการ เช่น ถุงรองรับชิ้นเนื้อสำหรับการผ่าตัดแบบส่องกล้อง รถเข็นเจาะเลือด และอุปกรณ์พันข้อมือ เป็นต้น ปัจจุบัน BDMS มีสินค้านวัตกรรมที่จำหน่ายแล้วจำนวน 77 รายการ และมีผลงานที่ได้รับการจดทะเบียนทรัพย์สินทางปัญญาแล้วจำนวน 94 รายการ

นอกจากนี้ BDMS ยังจัดให้มีระบบบริหารจัดการทรัพย์สินทางปัญญา (Intellectual Property: IP) อย่างครบวงจรสำหรับทุกโครงการที่ได้รับอนุมัติ ตั้งแต่การประเมินศักยภาพของผลงาน การให้คำปรึกษาด้านทรัพย์สินทางปัญญา การยื่นขอจดทะเบียน ไปจนถึงการบริหารและต่อยอดสิทธิในเชิงพาณิชย์ เพื่อให้มั่นใจว่าผลงานของพนักงานได้รับการคุ้มครอง ได้รับการยอมรับ และนำไปใช้ประโยชน์อย่างเหมาะสม

การเปิดโอกาสให้พนักงานมีส่วนร่วมทั้งในการพัฒนาผลิตภัณฑ์ การจดทะเบียนทรัพย์สินทางปัญญา และการต่อยอดผลงานสู่เชิงพาณิชย์ ช่วยสร้างความรู้สึกเป็นเจ้าของ ความรู้สึกเป็นส่วนหนึ่ง และความภาคภูมิใจต่อการมีส่วนร่วมในความสำเร็จขององค์กร แนวทางนี้ไม่เพียงให้รางวัลแก่ความคิดสร้างสรรค์และความริเริ่มของพนักงาน แต่ยังทำให้พนักงานเป็นผู้ร่วมสร้างและร่วมขับเคลื่อนเส้นทางนวัตกรรมของ BDMS อย่างแท้จริง

การเชื่อมโยงค่าตอบแทนผันแปรกับรายได้จากผลิตภัณฑ์และผลสำเร็จของนวัตกรรมในระยะยาว ยังช่วยสร้างแรงจูงใจให้พนักงานติดตามและพัฒนาผลงานอย่างต่อเนื่อง ตั้งแต่การปรับปรุงคุณภาพและประสิทธิภาพของผลิตภัณฑ์ ไปจนถึงการขยายการใช้งานและสร้างคุณค่าแก่ผู้ใช้ โครงการจึงมีส่วนช่วยรักษาบุคลากรที่มีศักยภาพ ส่งเสริมความผูกพัน และสร้างวัฒนธรรมที่สนับสนุนการเรียนรู้ การทดลอง และการสร้างนวัตกรรมอย่างต่อเนื่อง

ความเชื่อมโยงกับความยั่งยืน

Innovation Commercialization Program สนับสนุนเป้าหมายความยั่งยืนของ BDMS โดยส่งเสริมให้พนักงานพัฒนาผลิตภัณฑ์ทางการแพทย์ อุปกรณ์ดูแลผู้ป่วย และผลิตภัณฑ์เสริมอาหารที่สามารถตอบสนองต่อความต้องการด้านสุขภาพ พร้อมคำนึงถึงผลกระทบทางสังคม สิ่งแวดล้อม และเศรษฐกิจตลอดกระบวนการพัฒนาและนำผลิตภัณฑ์ไปใช้

นวัตกรรมที่ได้รับการสนับสนุนได้รับการพิจารณาโดยคำนึงถึงการจัดหาอย่างมีจริยธรรม การใช้วัสดุและทรัพยากรอย่างมีประสิทธิภาพ การลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม คุณภาพและความปลอดภัยของผลิตภัณฑ์ ตลอดจนประโยชน์ที่เกิดขึ้นต่อผู้ป่วย บุคลากรทางการแพทย์ และสุขภาพของประชาชน โดยหนึ่งในเงื่อนไขสำคัญของการสนับสนุนและการพิจารณาสิ่งจูงใจคือ โครงการต้องแสดงให้เห็นถึงความเชื่อมโยงกับความยั่งยืนอย่างชัดเจน ไม่ว่าจะเป็นผลลัพธ์เชิงบวกต่อสิ่งแวดล้อม ผลกระทบทางสังคม หรือการสนับสนุนการดูแลสุขภาพอย่างมีคุณภาพและรับผิดชอบ

ในมิติทางสังคม โครงการสนับสนุนการพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่ช่วยเพิ่มคุณภาพและความปลอดภัยในการดูแลผู้ป่วย ตอบสนองต่อความต้องการของบุคลากรทางการแพทย์ และส่งเสริมผลลัพธ์ทางสุขภาพที่ดีขึ้น ในมิติสิ่งแวดล้อม โครงการสนับสนุนการพิจารณาผลกระทบจากการเลือกใช้วัสดุ กระบวนการผลิต การใช้ทรัพยากร และวงจรชีวิตของผลิตภัณฑ์ ส่วนในมิติเศรษฐกิจ โครงการช่วยเปลี่ยนองค์ความรู้ภายในองค์กรให้เป็นทรัพย์สินทางปัญญา ผลิตภัณฑ์ และแหล่งรายได้ใหม่ พร้อมลดการพึ่งพาเทคโนโลยีหรือผลิตภัณฑ์จากภายนอกในระยะยาว

การบริหารจัดการทรัพย์สินทางปัญญาอย่างครบวงจรยังช่วยรักษาและเพิ่มมูลค่าขององค์ความรู้ที่พัฒนาขึ้นภายในองค์กร ส่งเสริมการใช้ประโยชน์จากนวัตกรรมอย่างรับผิดชอบ และสร้างฐานสำหรับการนำรายได้กลับมาลงทุนในการวิจัยและพัฒนานวัตกรรมรุ่นต่อไป

Innovation Commercialization Program จึงเชื่อมโยง การพัฒนาทุนมนุษย์ สิ่งจูงใจระยะยาว การบริหารทรัพย์สินทางปัญญา และการสร้างคุณค่าจากนวัตกรรม เข้าด้วยกันอย่างเป็นระบบ ช่วยเพิ่มความผูกพันและรักษาพนักงานที่มีศักยภาพ ขณะเดียวกันก็สนับสนุนความสามารถในการแข่งขัน การสร้างรายได้ใหม่ และเป้าหมายความยั่งยืนระยะยาวของ BDMS

ระยะเวลาการจ่ายสิ่งจูงใจโดยเฉลี่ยมากกว่า 3 ปี
สัดส่วนกำลังคนที่มีสิทธิได้รับสิ่งจูงใจ 83% ของพนักงานทั้งหมด