ความยั่งยืน

การบริหารความเสี่ยง

BDMS Risk and Crisis Management

ระบบบริการสุขภาพทั่วโลกกำลังเผชิญความท้าทายจากการเชื่อมโยงในระดับโลก ความผันผวนทางเศรษฐกิจ การพัฒนาเทคโนโลยีอย่างรวดเร็ว และการเปลี่ยนแปลงของสภาพแวดล้อม ภายใต้บริบทของโลกที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว องค์กรด้านการแพทย์และสาธารณสุขต้องรับมือกับความท้าทายที่มีความซับซ้อนและไม่แน่นอนสูง ไม่ว่าจะเป็นความไม่มั่นคงทางภูมิรัฐศาสตร์ ความปั่นป่วนของห่วงโซ่อุปทาน การเร่งตัวของเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ การเปลี่ยนผ่านด้านพลังงาน การเคลื่อนย้ายแรงงาน และความคาดหวังของสังคมที่เปลี่ยนแปลงอย่างต่อเนื่อง

ในบริบทดังกล่าว BDMS ได้นำกรอบการบริหารความเสี่ยงองค์กรมาใช้เป็นกลไกสำคัญในการเสริมสร้างความมั่นคงของระบบบริการ และเป็นองค์ประกอบหลักในการขับเคลื่อนยุทธศาสตร์และความยั่งยืนขององค์กรในทุกมิติของ ESG ได้แก่ สิ่งแวดล้อม สังคม และธรรมาภิบาล เพื่อให้สามารถคาดการณ์ความเสี่ยง ลดผลกระทบ รักษาความต่อเนื่องของการให้บริการ และเสริมสร้างความเชื่อมั่นให้แก่นักลงทุนและผู้มีส่วนได้เสียทุกกลุ่ม

การบริหารความเสี่ยงองค์กร

BDMS ได้นำหลักการบริหารความเสี่ยงตามมาตรฐานสากล COSO ERM มาปรับใช้และเสริมความเข้มแข็งให้สอดคล้องกับลักษณะธุรกิจ เพื่อรองรับผลกระทบจากเมกะเทรนด์และภูมิทัศน์ความเสี่ยงด้านสุขภาพ ซึ่งส่งผลต่อการดำเนินงาน การบริการผู้ป่วย ห่วงโซ่อุปทาน เทคโนโลยี การกำกับดูแลด้านข้อมูล และความพร้อมรับมือภาวะฉุกเฉินในทุกมิติ เพื่อให้เกิดความปลอดภัยต่อผู้รับบริการ โดยคำนึงถึงความยั่งยืน ทางสิ่งแวดล้อม สังคม และธรรมาภิบาล โดยให้ความสำคัญ 4 ประการ

BDMS Risk and Crisis Management

SD Report 2025

การกำกับดูแลความเสี่ยง
BDMS Risk and Crisis Management

บริษัทตระหนักถึงความสำคัญของการบริหารจัดการความเสี่ยงซึ่งเป็นองค์ประกอบสำคัญในการกำกับดูแลกิจการที่ดี จึงได้กำหนดบทบาทและความรับผิดชอบที่ชัดเจนสำหรับการบริหารความเสี่ยงองค์กรทั้งในระดับคณะกรรมการกำกับดูแลและระดับปฏิบัติงาน โดยคณะกรรมการบริษัทมีหน้าที่แต่งตั้งคณะกรรมการบริหารความเสี่ยงเพื่อพิจารณากลั่่นกรองนโยบาย กำหนดแนวทางดำเนินงาน เฝ้าระวังและติดตามการปฏิบัติงานตามนโยบายและขั้นตอนการบริหารความเสี่ยง นอกจากนี้ บริษัทยังนำหลัก Three Lines of Defense มาปรับใช้ในระดับปฎิบัติงาน โดยมีบทบาทและความรับผิดชอบ ดังนี้

กรอบการกำกับดูแลความเสี่ยง คณะกรรมการที่เกี่ยวข้อง และบทบาทหน้าที่ บทบาทและความรับผิดชอบ
คณะกรรมการกำกับดูแล คณะกรรมการบริษัท
  • กำกับดูแลระบบการควบคุมภายในและตรวจสอบขั้นตอนการบริหารความเสี่ยงอย่างเหมาะสม
  • จัดตั้งระบบควบคุมภายในและระบบการตรวจสอบที่มีประสิทธิภาพ รวมถึงกำกับดูแลการดำเนินงานและประสานงานกับคณะกรรมการตรวจสอบ
คณะกรรมการบริหารความเสี่ยง
  • กำกับดูแลนโยบายการบริหารความเสี่ยงขององค์กรและกำหนดแนวทางการดำเนินงาน รวมถึงเฝ้าระวังและติดตามการปฏิบัติงานตามนโยบายและขั้นตอนการบริหารความเสี่ยง
ผู้รับผิดชอบระดับที่ 1 หน่วยงานดูแลความเสี่ยง ได้แก่ ผู้จัดการความเสี่ยง และผู้ประสานงานความปลอดภัยของผู้ป่วย
  • กำกับดูแลการดำเนินงานให้เป็นไปตามระบบบริหารความเสี่ยงของโรงพยาบาลในเครือ BDMS และสอดคล้องกับมาตรฐานความปลอดภัย
  • ติดตามและประเมินกิจกรรมการบริหารความเสี่ยงที่วางแผนไว้ให้เกิดประสิทธิภาพและสอดคล้องกับวัตถุประสงค์ที่กำหนดไว้อย่างสม่ำเสมอ
  • รวบรวมข้อมูลเกี่ยวกับเหตุการณ์ความเสี่ยงร้ายแรงและข้อร้องเรียนที่อาจส่งผลกระทบต่อชื่อเสียงของบริษัท
  • ประสานงานกับโรงพยาบาลในเครือ ผู้เชี่ยวชาญ และผู้มีส่วนได้ส่วนเสียที่เกี่ยวข้อง (ผู้ป่วย แพทย์ และพนักงาน) รวมถึงจัดประชุมทบทวนความเสี่ยง เหตุการณ์ หรือข้อร้องเรียนทางกฎหมายที่อาจเกิดขึ้น ตรวจสอบข้อเท็จจริงภายในเวลาที่กำหนด และสรุปผลความเสี่ยงสำคัญที่ตรวจพบ
  • วางแผนและสนับสนุนการจัดตั้งเครือข่ายบริหารความเสี่ยงระหว่างโรงพยาบาลในเครือและร่วมมือกับคู่ค้าภายนอกเพื่อพัฒนาและส่งเสริมคุณภาพและมาตรฐานการบริการ
  • ประเมินความเสี่ยงและเทียบหลักฐานจากการตรวจสอบกับกฎหมายและระเบียบข้อบังคับที่เกี่ยวข้องเพื่อวางแผนมาตรการป้องกันและแนวทางแก้ไข
  • รายงานความคืบหน้าแก่ผู้บังคับบัญชาในสายงาน
ผู้รับผิดชอบระดับที่ 2 ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายบริหาร และ
คณะกรรมการบริหารความเสี่ยงระดับองค์กร
  • ประเมินพื้นที่เสี่ยงทั้งหมดในเขตการทำงานของ BDMS ทั้งจากปัจจัยภายในและภายนอก
  • ประเมินระดับความเสี่ยงเพื่อพัฒนากรอบการบริหารความเสี่ยงที่มีประสิทธิภาพ
  • พัฒนาและส่งเสริมนโยบาย แผนงาน และแนวทางการบริหารความเสี่ยงตลอดทั้งองค์กร
  • จัดการประชุมเพื่อติดตามความคืบหน้าและแก้ไขปัญหาต่างๆ ทุกไตรมาสหรือตามที่จำเป็น
  • รายงานความคืบหน้าแก่คณะกรรมการบริหารความเสี่ยงและหน่วยงานวางแผนนโยบายและกลยุทธ์ของ BDMS ทุกไตรมาส
ผู้รับผิดชอบระดับที่ 3 ผู้อำนวยการตรวจสอบภายในและหน่วยงานตรวจสอบภายใน
  • ติดตามการดำเนินธุรกิจอย่างเป็นระบบ กำกับดูแลให้การปฏิบัติงานเป็นไปตามระบบการควบคุมภายในและข้อกำหนดทางกฎหมายอย่างเคร่งครัด รวมถึงประเมินการบริหารความเสี่ยงทางธุรกิจและการเงินของบริษัท
  • วางแผนการตรวจสอบบริษัทประจำปีและจัดเตรียมกิจกรรมการตรวจสอบภายใน
  • ทบทวนหลักฐานจากการตรวจสอบภายในที่เกี่ยวข้องกับการทุจริต ความผิดปกติ หรือข้อบกพร่องของระบบควบคุมที่สำคัญ และรายงานผลการตรวจสอบต่อคณะกรรมการบริษัทเพื่อพิจารณา
  • กำกับดูแลให้บริษัทวางแผนระบบการบริหารความเสี่ยงและการควบคุมที่เหมาะสมครอบคลุมทั้งองค์กร พร้อมให้คำแนะนำเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการบริหารความเสี่ยงที่เกี่ยวข้องกับการดำเนินธุรกิจ
กลยุทธ์การบริหารความเสี่ยงของ BDMS

BDMS นำข้อมูลสำคัญและประเด็นหลักด้านการบริหารความเสี่ยงองค์กรมาใช้ในการระบุความเสี่ยงทางธุรกิจที่สำคัญ พร้อมประเมินผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นทั้งในระยะสั้น ระยะกลาง และระยะยาว

BDMS Risk and Crisis Management
การจัดกลุ่ม 9 ความเสี่ยงหลักของ BDMS

SD Report 2025

ความเสี่ยงเกิดใหม่ (Emerging Risks)
Emerging Risks

นอกเหนือจากความเสี่ยงหลักทั้ง 9 ด้านที่ระบุข้างต้น BDMS ยังติดตามและประเมินความเสี่ยงเกิดใหม่ (Emerging Risks) ซึ่งเกิดจากการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วของบริบทภายนอก ทั้งด้านเทคโนโลยี กฎระเบียบ และภูมิรัฐศาสตร์ ที่อาจส่งผลกระทบต่อธุรกิจอย่างมีนัยสำคัญในระยะ 3-5 ปีข้างหน้า โดยในปี 2568 BDMS ได้ระบุความเสี่ยงเกิดใหม่ที่สำคัญ 2 ประเด็น ดังนี้

1.ความเสี่ยงจากการเร่งนำ Clinical AI มาใช้และการเปลี่ยนแปลงของกฎระเบียบด้าน AI ซึ่งอาจส่งผลต่อความปลอดภัยของผู้ป่วยและความถูกต้องของข้อมูล

ปัญญาประดิษฐ์ (Artificial Intelligence: AI) กำลังเปลี่ยนผ่านจากระบบวิเคราะห์เชิงคาดการณ์แบบดั้งเดิมไปสู่ระบบที่สนับสนุนกระบวนการทำงานที่ซับซ้อนมากขึ้น รวมถึง Generative AI และ Agentic AI ซึ่งเป็นหนึ่งในปัจจัยสำคัญ ที่กำหนดทิศทางบริการสุขภาพในระยะต่อไป อย่างไรก็ตาม การเร่งนำ AI มาใช้ในบริการทางการแพทย์ทั่วโลก ประกอบกับกฎระเบียบและความคาดหวังของหน่วยงานกำกับดูแลที่พัฒนาอย่างต่อเนื่อง เป็นปัจจัยภายนอกสำคัญที่อาจส่งผลต่อความปลอดภัยของผู้ป่วยและความถูกต้องของข้อมูล แนวโน้มการกำกับดูแล AI มีทิศทาง ไปสู่การกำกับดูแลแบบอิงระดับความเสี่ยงมากขึ้น สะท้อนจาก EU AI Act แนวทางการกำกับดูแล AI ของประเทศไทย และ ASEAN Guide on AI Governance and Ethics ในบริบทของธุรกิจโรงพยาบาล AI ไม่ได้เป็นเพียงเครื่องมือด้านเทคโนโลยีแต่เป็นกลไกที่อาจ ขับเคลื่อนระบบบริการสุขภาพจาก Digital Healthcare ไปสู่ Intelligent Healthcare System ซึ่งบูรณาการข้อมูล กระบวนการทำงาน และการตัดสินใจทางคลินิกตลอดเส้นทางการดูแลผู้ป่วย เมื่อ AI ถูกนำมาใช้ในการดูแลผู้ป่วยมากขึ้น ความเสี่ยงเกิดใหม่จึงขยายจาก เทคโนโลยีและความปลอดภัยไซเบอร์ ไปสู่คุณภาพทางคลินิก ความน่าเชื่อถือของผลลัพธ์ ความถูกต้องของข้อมูลสุขภาพ อคติของโมเดล และความรับผิดชอบของมนุษย์ในการตัดสินใจทางคลินิก ในช่วง 3-5 ปีข้างหน้า หาก AI ถูกบูรณาการกับการดูแล ผู้ป่วย และการบริหารทรัพยากรทางการแพทย์มากขึ้น ความเสี่ยงดังกล่าวอาจกระทบต่อคุณภาพ การรักษาความต่อเนื่องของบริการ ความเชื่อมั่นของผู้ป่วย หน่วยงานกำกับดูแล และผู้มีส่วนได้เสีย รวมถึงประสิทธิผลทางธุรกิจ

BDMS ตระหนักถึงทั้งโอกาสและความเสี่ยงจาก AI และมุ่งใช้เทคโนโลยีเพื่อสนับสนุนความเป็นเลิศทางการแพทย์อย่างรับผิดชอบ บริษัทได้เริ่มบูรณาการ AI เพื่อสนับสนุนงานทางคลินิกและการบริหารจัดการในหลายมิติ เช่น AI-assisted radiology เพื่อช่วยคัดกรอง โรคทางปอดจากภาพรังสีและสนับสนุนข้อมูลประกอบการตัดสินใจร่วมกับแพทย์ Automated Speech Recognition (ASR) เพื่อเพิ่ม ความถูกต้องและประสิทธิภาพของเวชระเบียน Pharmacogenomics (PGx for All) เพื่อสนับสนุนการรักษาด้วยยาเฉพาะบุคคลจาก ข้อมูลพันธุกรรม และ BDMS Utilization Review Technology (BURT) เพื่อสนับสนุนการใช้ทรัพยากรทางการแพทย์อย่างเหมาะสม และสอดคล้องกับสิทธิประโยชน์ของผู้ป่วย ในปี 2568 BDMS บริหารจัดการความเสี่ยงที่เกี่ยวข้องกับ AI และเทคโนโลยีดิจิทัลผ่าน กรอบการกำกับดูแลที่มีอยู่ ได้แก่ การกำกับดูแลด้านเทคโนโลยีสารสนเทศ (IT Governance) ความมั่นคงปลอดภัยของข้อมูล (Information Security) การคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (Personal Data Protection) ความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ (Cybersecurity) และ การบริหารความต่อเนื่องทางธุรกิจ (Business Continuity) บริษัทกำหนดหลักการว่า AI และระบบดิจิทัล ทำหน้าที่สนับสนุน ไม่ใช่ทดแทนวิจารณญาณและการตัดสินใจของแพทย์ หรือบุคลากรทางคลินิก ด้านข้อมูลและความปลอดภัยสารสนเทศ BDMS ยึดหลักการรักษาความลับ (Confidentiality) ความถูกต้องครบถ้วน (Integrity) และความพร้อมใช้งาน (Availability) ครอบคลุมการควบคุมการเข้าถึง (Access Control) การเข้ารหัสข้อมูล (Data Encryption) การบันทึกตรวจสอบ (Audit Logging) การทดสอบความปลอดภัย (Security Testing) การบริหารจัดการเหตุการณ์ด้านความปลอดภัย (Incident Management) และ การบริหารความเสี่ยงผู้ให้บริการภายนอก (Third-Party Vendor Risk Management) โดยอ้างอิง ISO/IEC 27001, ISO/IEC 27799, NIST Cybersecurity Framework และ COBIT

ในระยะต่อไป BDMS มีแผนยกระดับกรอบการกำกับดูแลความเสี่ยงที่เกี่ยวข้องกับระบบปัญญาประดิษฐ์ให้มีความชัดเจนและเป็น ระบบมากขึ้น โดยเชื่อมโยงกับ การบริหารความเสี่ยงองค์กร (Enterprise Risk Management) การกำกับดูแลด้านเทคโนโลยีสารสนเทศ (IT Governance) ความมั่นคงปลอดภัยของข้อมูล (Information Security) การคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (Personal Data Protection) ความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ (Cybersecurity) และ การบริหารความต่อเนื่องทางธุรกิจ (Business Continuity Management) ตัวชี้วัดและกลไกติดตามจะอยู่ภายใต้ความรับผิดชอบของหน่วยงานที่นำ AI ไปใช้และกำกับดูแล ครอบคลุม ประสิทธิภาพของระบบ AI ความถูกต้องของข้อมูล ความมั่นคงปลอดภัยสารสนเทศ ความปลอดภัยของผู้ป่วย ผลกระทบต่อ ผู้มีส่วนได้เสีย และประสิทธิผลทางธุรกิจ ควบคู่กับการอบรม AI literacy ตามบทบาทหน้าที่ ทั้งนี้ BDMS ได้จัดตั้ง AI Governance Working Team ซึ่งประชุมทุกเดือน เพื่อกำกับดูแลการนำ AI มาใช้อย่างรับผิดชอบทั่วทั้งองค์กร และรายงานต่อคณะทำงานด้านนโยบายและแผน ซึ่งประกอบด้วยผู้บริหารสูงสุดของทุกกลุ่มธุรกิจ เพื่อให้ประเด็น AI governance ได้รับการพิจารณาในระดับผู้บริหาร และถ่ายทอดสู่การปฏิบัติอย่างต่อเนื่อง

Geopolitical

2.ความเสี่ยงจากความไม่แน่นอนทางภูมิรัฐศาสตร์ที่อาจกระทบการเดินทางและความต้องการรักษาพยาบาลจากผู้ป่วยต่างชาติ ซึ่งอาจส่งผลต่อรายได้และความยืดหยุ่นของธุรกิจผู้ป่วยต่างชาติ

ความไม่แน่นอนทางภูมิรัฐศาสตร์ทั้งในระดับโลกและภูมิภาค เช่น ความขัดแย้งบริเวณชายแดน ความตึงเครียดระหว่างประเทศ และข้อจำกัดด้านการเดินทางข้ามพรมแดน เป็นปัจจัยภายนอกที่อาจส่งผลกระทบต่อความต่อเนื่องของอุปสงค์จากผู้ป่วยต่างชาติและ ความสามารถในการเข้าถึงบริการทางการแพทย์ในประเทศไทยของผู้ป่วยต่างชาติ สำหรับธุรกิจบริการสุขภาพที่ให้บริการผู้ป่วยจากหลาย ประเทศ ความเสี่ยงดังกล่าวอาจกระทบความต่อเนื่องของความต้องการรักษาพยาบาลจากประเทศต้นทาง การเข้าถึงบริการใน ประเทศไทย เครือข่ายส่งต่อผู้ป่วยระหว่างประเทศ ความเชื่อมั่นของผู้ป่วยและพันธมิตรทางธุรกิจ เช่น เครือข่ายโรงพยาบาล และคลินิก พันธมิตรในประเทศต้นทาง รวมถึงความผันผวนของรายได้จากผู้ป่วยต่างชาติ ประเด็นนี้เป็นความเสี่ยงเกิดใหม่ (Emerging Risk) เนื่องจากผลกระทบที่เกิดขึ้นจริงในบางตลาด สะท้อนให้เห็นถึงความเปราะบางของธุรกิจผู้ป่วยต่างชาติต่อปัจจัยภูมิรัฐศาสตร์ภายนอก ขณะที่ผลกระทบต่อภาพรวมธุรกิจยังมีความไม่แน่นอนสูงในระยะ 3-5 ปี ข้างหน้า หากความต้องการการรักษาพยาบาลจากต่างประเทศ กระจุกตัวอยู่ในบางประเทศหรือภูมิภาคอาจกระทบอัตราการเติบโตของรายได้ผู้ป่วยต่างชาติ ศักยภาพการรองรับผู้ป่วยของโรงพยาบาล การวางแผนการตลาด ช่องทางการส่งต่อผู้ป่วยระหว่างประเทศ และความเชื่อมั่นของผู้มีส่วนได้เสีย

ในปี 2568 สัดส่วนรายได้จากผู้ป่วยไทยและผู้ป่วยต่างชาติของธุรกิจโรงพยาบาลอยู่ที่ 72:28 ซึ่งรายได้จากผู้ป่วยต่างชาติ ยังคง เติบโต อย่างไรก็ตามสถานการณ์ความขัดแย้งบริเวณชายแดนไทย-กัมพูชา ซึ่งเริ่มขึ้นในช่วงกลางปี 2568 ทำให้ผู้ป่วยชาวกัมพูชาเดินทาง เข้ารับการรักษาในประเทศไทยได้ยากขึ้น ส่งผลให้รายได้จากผู้ป่วยกัมพูชาลดลงจากประมาณ 3% ของรายได้โรงพยาบาลในปี2567 เหลือประมาณ 2% ในปี2568 ผลกระทบดังกล่าวเป็นหลักฐานเชิงประจักษ์ที่สะท้อนความเปราะบางเชิงโครงสร้างของธุรกิจผู้ป่วยต่างชาติ ต่อปัจจัยภูมิรัฐศาสตร์ภายนอก โดยไม่ถือเป็นการเกิดผลกระทบเต็มรูปแบบของความเสี่ยงในภาพรวม ผลการดำเนินงานในไตรมาส 1 ปี 2569 ยังคงสะท้อนแรงกดดันต่อรายได้ในบางตลาด ซึ่งจำเป็นต้องติดตามอย่างใกล้ชิด BDMS ได้ตอบสนองตั้งแต่ปี 2568 ผ่านการปรับ กลยุทธ์การตลาดในประเทศและต่างประเทศ การติดตามรายได้ผู้ป่วยต่างชาติแยกตามประเทศและภูมิภาค และการใช้ข้อมูลดังกล่าว ประกอบการปรับแผนธุรกิจ นอกจากนี้บริษัทมีมาตรการบริหารความเสี่ยงนี้ ได้แก่

  1. การกระจายความเสี่ยงของตลาด - กระจายฐานผู้ป่วยประเทศต้นทาง กลุ่มผู้ชำระเงิน (Payers) และช่องทางการส่งต่อผู้ป่วย (Referral Channels)
  2. การยกระดับบริการและนวัตกรรม - ขยายบริการส่งเสริมสุขภาพ (Wellness) และเวชศาสตร์ป้องกัน (Preventive Medicine) ควบคู่กับการพัฒนาเส้นทางการดูแลผู้ป่วยในรูปแบบดิจิทัล (Digital Patient Journey) ทั้งก่อนและหลังการเดินทาง รวมถึงการเสริมความแข็งแกร่งของศูนย์ความเป็นเลิศทางการแพทย์ (Centers of Excellence: CoEs)
  3. การสร้างเครือข่ายพันธมิตรระหว่างประเทศ - พัฒนาเครือข่ายติดตามดูแลผู้ป่วยหลังการรักษา (Follow-up Network) ในประเทศต้นทาง เช่น ความร่วมมือระหว่าง BDMS Wellness Clinic กับ Neem Hospital & Modawi Platform ประเทศโอมาน ซึ่งครอบคลุมการส่งต่อผู้ป่วยและการแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ทางการแพทย์

โดยรวมมาตรการทั้ง3 ด้านนี้ช่วยสนับสนุนความต่อเนื่องของการดูแลผู้ป่วยต่างชาติ และเพิ่มความยืดหยุ่นของธุรกิจต่อปัจจัยภูมิรัฐศาสตร์ภายนอก ตั้งแต่ปี 2569 คณะกรรมการบริหารความเสี่ยงองค์กร (Enterprise Risk Management Committee: ERM Committee) ได้นำมิติความเสี่ยงด้านภูมิรัฐศาสตร์ที่เกี่ยวข้องกับความต้องการรักษาพยาบาลจากผู้ป่วยต่างชาติ เข้าสู่กระบวนการ ติดตามอย่างเป็นทางการ โดยมีการประชุมทุก 2 เดือน และติดตามตัวชี้วัดด้านรายได้ การเติบโตและการกระจายตัวของตลาดผู้ป่วย ต่างชาติ ประเด็นนี้ยังมีการรายงานผ่านกลไกการกำกับดูแลของบริษัทในฐานะส่วนหนึ่งของกระบวนการบริหารความเสี่ยงองค์กร BDMS จะให้ความสำคัญกับการติดตามการเติบโตของรายได้ผู้ป่วยต่างชาติสัดส่วนรายได้จากผู้ป่วยไทย และผู้ป่วยต่างชาติ การกระจายตัวของรายได้ตามประเทศและภูมิภาคและผลกระทบจากเหตุการณ์ภูมิรัฐศาสตร์หรือข้อจำกัดด้านการเดินทางระหว่าง ประเทศเพื่อสนับสนุนการวางแผนธุรกิจการปรับกลยุทธ์และการพัฒนาเครือข่ายความร่วมมือระหว่างประเทศอย่างต่อเนื่อง

กระบวนการบริหารความเสี่ยง
BDMS Risk and Crisis Management

BDMS ได้จัดทำระบบการประเมินความเสี่ยงของระบบงานหลัก (Core System Risk Assessment) และการวิเคราะห์ความเสี่ยงจากอันตรายและช่องโหว่ (Hazard Vulnerability Analysis) เพื่อใช้เป็นแนวทางในการบริหารความเสี่ยงด้านการรักษาพยาบาล (Clinical Risk) และความเสี่ยงที่เกี่ยวข้องกับระบบงานหลักในโรงพยาบาล กระบวนการบริหารความเสี่ยงมีรายละเอียดโดยสังเขป ดังนี้

  1. การระบุความเสี่ยง

หัวหน้าแผนกและคณะกรรมการที่รับผิดชอบต่อระบบงานที่มีความสำคัญ มีหน้าที่ในการทบทวนกระบวนการทำงาน ความเสี่ยง และปัจจัยเสี่ยงจากรายงานเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในช่วงปีที่ผ่านมา รวมถึงการพิจารณาตัวชี้วัดทางสถิติ และบทเรียนจากหน่วยงานภายนอก เพื่อใช้ในการประเมินผลกระทบที่อาจเกิดขึ้น ปัจจัยเสี่ยงจะถูกระบุจากเหตุการณ์ในอดีตทั้งภายในและภายนอก โดยแหล่งข้อมูลประกอบด้วย การปรับปรุงข้อมูลกฎหมายและข้อบังคับ รายงานเหตุการณ์ (Occurrence Report) และการทบทวนโดยผู้เชี่ยวชาญ (Peer Review)

  1. การประเมินความเสี่ยง ประกอบด้วยการประเมินความเสี่ยงครอบคลุม 2 ปัจจัย ได้แก่
  • ประเมินความน่าจะเป็น (Likelihood Assessment): ประเมินโอกาสและความถี่ของการเกิดผลกระทบ
  • การประเมินผลกระทบ (Impact Assessment): ประเมินผลกระทบทั้งในเชิงปริมาณและคุณภาพในหลายด้าน เช่น การปฏิบัติตามกฎหมายและข้อกำหนด ความปลอดภัย ผลกระทบทางการเงิน กลยุทธ์ การดำเนินงาน และภาพลักษณ์ขององค์กร
  1. การให้คะแนนความเสี่ยงและการจัดลำดับความสำคัญของความเสี่ยง (Risk Scoring and Risk Prioritization)

การให้คะแนนความเสี่ยงหรือการจัดลำดับความสำคัญของความเสี่ยงจะพิจารณาจากระดับของโอกาสที่จะเกิดขึ้น (Likelihood) และระดับของผลกระทบ (Impact) โดยการให้คะแนนความเสี่ยงสามารถแบ่งออกเป็น 5 ระดับ พร้อมคำจำกัดความของแต่ละระดับ โดยคะแนนความเสี่ยงสูงสุดอยู่ที่ 25 คะแนน

การรายงานเหตุการณ์ใน BDMS Occurrence Reporting

BDMS กำหนดระบบการรายงานเหตุการณ์ อุบัติการณ์ หรือความเสี่ยงที่เกิดขึ้นในพื้นที่ดำเนินการ (Occurrence Reporting) สำหรับบุคลากรและผู้ที่เกี่ยวข้อง ทั้งภายในและภายนอกองค์กร โดยเมื่อเกิดเหตุการณ์ใด ๆ ขึ้นระหว่างการดำเนินธุรกิจหรือปฏิบัติการ บุคลากรทุกคนมีหน้าที่จัดการเหตุการณ์ดังกล่าวโดยทันทีและต้องรายงานเหตุการณ์ตามช่องทางที่กำหนดในรูปแบบออนไลน์หรือรูปแบบปกติภายใน 8 ชั่วโมงหลังเกิดเหตุการณ์เพื่อดำเนินการสืบสวนและวิเคราะห์ข้อมูลเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นตามระดับผลกระทบของเหตุการณ์ ซึ่งจำแนกเป็นด้านคลินิกและด้านอื่น ๆ ดังนี้

ระดับ ผลกระทบด้านคลินิก
0 เหตุการณ์ที่สามารถทำให้เกิดความผิดพลาด แต่ยังไม่เกิดขึ้นกับผู้ป่วย (Near Miss)
1 เหตุการณ์ผิดพลาดที่เกิดขึ้น แต่ไม่เป็นอันตรายกับผู้ป่วย (No Harm)
2 เหตุการณ์ผิดพลาดที่เกิดขึ้นกับผู้ป่วยและต้องติดตามเพื่อยืนยันความปลอดภัย (Mild Adverse Event)
3 เหตุอันตรายชั่วคราวต่อผู้ป่วยและต้องได้รับการตรวจวินิจฉัยและรักษาเพิ่มเติม (Moderate Adverse Event)
4 เหตุอันตรายชั่วคราวต่อผู้ป่วยและส่งผลให้ผู้ป่วยต้องเข้ารักษาหรือต้องรักษานานขึ้น (Serious Adverse Event)
5 เหตุอันตรายถาวรหรือเหตุการณ์ที่ต้องมีการช่วยชีวิตและต้องเฝ้าดูทุกเหตุการณ์  (Adverse Event and Reputation Harm)
SE เหตุการณ์พึงสังวร หรือเหตุการณ์ด้านความปลอดภัยของผู้ป่วยที่ไม่เกี่ยวข้องกับธรรมชาติการเจ็บป่วยของผู้ป่วยหรือสภาวะของโรคประจำตัว ซึ่งอาจถึงตัวผู้ป่วยและมีผลลัพธ์ทำให้เสียชีวิต อันตรายถาวร และ/หรือ อันตรายร้ายแรงชั่วคราว (Sentinel Event)

การรายงานเหตุการณ์ที่ระดับผลกระทบแตกต่างกันจะผ่านกระบวนการสืบสวนภายในที่แตกต่างกันและทำการรายงานให้แก่ผู้บริหารเป็นรายเดือนและรายไตรมาส

ความเสี่ยงในระดับที่ยอมรับได้อยู่ในระดับต่ำถึงปานกลางเท่านั้น (คะแนนความเสี่ยงต่ำกว่าหรือเท่ากับ 0 ให้ถือว่ายอมรับได้และขึ้นอยู่กับความคิดเห็นของแต่ละโรงพยาบาล)

BDMS Risk and Crisis Management
BDMS Risk and Crisis Management
BDMS Risk and Crisis Management
การตรวจสอบกระบวนการบริหารความเสี่ยง
BDMS Risk and Crisis Management
การตรวจสอบภายใน

คณะกรรมการตรวจสอบมีบทบาทและความรับผิดชอบในการกำกับดูแลให้บริษัทบริหารจัดการความเสี่ยงและวางแผนระบบควบคุมที่เหมาะสมครอบคลุมทั้งองค์กร พร้อมเสนอแนวทางการบริหารความเสี่ยงที่เกี่ยวข้องกับการดำเนินงานของบริษัทอย่างเหมาะสมและมีประสิทธิภาพ รวมถึงมีหน้าที่มอบหมายให้ทีมผู้ตรวจสอบภายในวางแผนการตรวจสอบประจำปีของบริษัท ซึ่งกระบวนการตรวจสอบภายในของ BDMS นั้นเป็นไปตามมาตรฐานสากลการปฏิบัติงานวิชาชีพการตรวจสอบภายใน (International Professional Practices Framework: IPPF) จัดทำโดยสมาคมผู้ตรวจสอบภายใน แผนการตรวจสอบภายในครอบคลุมหัวข้อประสิทธิภาพของระบบควบคุม และกระบวนการที่พึ่งพาและไม่พึ่งพาเทคโนโลยีสารสนเทศของโรงพยาบาลในเครือ BDMS และบริษัทย่อย การตรวจสอบภายในของแต่ละโครงการจะทบทวนประสิทธิภาพของกระบวนการบริหารความเสี่ยงเพื่อประเมินประสิทธิภาพการควบคุมและจัดสรรมาตรการลดความเสี่ยง ทั้งนี้เพื่อให้เป็นไปตามข้อกำหนดทางกฎหมายและมาตรฐานสากลที่เกี่ยวข้อง เช่น การจัดการความเสี่ยงด้านเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารตามมาตรฐาน ISO 27001 และข้อกำหนดตามพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลปีพ.ศ. 2555

ในปี 2568 หน่วยงานตรวจสอบภายในของ BDMS ในฐานะส่วนหนึ่งของแนวป้องกันชั้นที่สาม ได้ให้ความเชื่อมั่นอย่างเป็นอิสระและเที่ยงธรรม รวมถึงให้ข้อสังเกตและมุมมองเชิงให้คำปรึกษาเกี่ยวกับความเพียงพอและประสิทธิผลของกระบวนการกำกับดูแลกิจการ การบริหารความเสี่ยง และการควบคุมภายในขององค์กร แผนการตรวจสอบภายในประจำปี 2568 ได้จัดทำขึ้นโดยใช้แนวทางการตรวจสอบตามความเสี่ยง โดยสอดคล้องกับวัตถุประสงค์ทางธุรกิจของ BDMS ข้อกำหนดด้านกฎระเบียบ และสภาพแวดล้อมความเสี่ยงที่เปลี่ยนแปลงไป

ขอบเขตการตรวจสอบครอบคลุมกระบวนการสำคัญทั้งด้านการดำเนินงานและด้านเทคโนโลยีสารสนเทศ สำหรับการตรวจสอบด้านการดำเนินงาน มุ่งเน้นกระบวนการจ่ายค่าตอบแทนแพทย์ กระบวนการจัดซื้อจนถึงการชำระเงิน การบริหารทรัพยากรบุคคล และการพัฒนาผลิตภัณฑ์ สำหรับด้านเทคโนโลยีสารสนเทศ การตรวจสอบมุ่งเน้น 2 ประเด็นสำคัญ ได้แก่ แนวปฏิบัติด้านการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลให้เป็นไปตามพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล และการบริหารจัดการตัวตนและสิทธิ์การเข้าถึงระบบ

งานตรวจสอบดังกล่าวมีวัตถุประสงค์เพื่อประเมินว่าการควบคุมในประเด็นความเสี่ยงสำคัญด้านการดำเนินงานและด้านเทคโนโลยี มีการออกแบบ จัดทำ และดำเนินการอย่างเพียงพอและมีประสิทธิผลหรือไม่ นอกจากนี้ หน่วยงานตรวจสอบภายในยังได้ดำเนินการติดตามแผนการดำเนินการของฝ่ายบริหารที่ได้ตกลงร่วมกัน เพื่อประเมินว่ามีการดำเนินการแก้ไขภายในระยะเวลาที่เหมาะสม ซึ่งช่วยสนับสนุนการยกระดับกระบวนการกำกับดูแลกิจการ การบริหารความเสี่ยง และการควบคุมภายในขององค์กร

กระบวนการตรวจสอบภายในที่ครอบคลุมกระบวนการบริหารความเสี่ยงมีรายละเอียด ดังนี้
BDMS Risk and Crisis Management