ความยั่งยืน

Thailand Taxonomy

BDMS Thailand Taxonomy

แม้ว่าปัจจุบันประเทศไทยจะยังไม่มีข้อบังคับทางกฎหมายให้ธุรกิจบริการทางการแพทย์ต้องเปิดเผยข้อมูลทางการเงินที่สอดคล้องกับ Thailand Taxonomy และภาคบริการสุขภาพยังไม่ถูกจัดเป็นภาคเศรษฐกิจที่มีเกณฑ์เฉพาะโดยตรง ทว่า BDMS ในฐานะผู้นำธุรกิจการแพทย์ผู้มุ่งมั่นสู่ความยั่งยืน ได้ดำเนินการประเมินกิจกรรมภายในเครือ เช่น การบริหารจัดการพลังงานสะอาด การขนส่งทางการแพทย์ การจัดการของเสีย และการก่อสร้างอาคารสีเขียว ซึ่งล้วนเชื่อมโยงกับภาคเศรษฐกิจในเกณฑ์ Thailand Taxonomy ระยะที่ 1 และ 2 เพื่อเตรียมความพร้อมและยกระดับมาตรฐานการดำเนินงานด้านสิ่งแวดล้อมขององค์กรสู่ระดับสากล

นอกจากนี้ การพิจารณายังยึดหลักเกณฑ์สำคัญ 2 ประการเพื่อสร้างความยั่งยืนอย่างแท้จริง คือ Do No Significant Harm (DNSH) (การไม่สร้างผลกระทบเชิงลบอย่างมีนัยสำคัญต่อวัตถุประสงค์ด้านสิ่งแวดล้อมข้ออื่น) และ Minimum Social Safeguards (MSS) (การคุ้มครองทางสังคมขั้นต่ำ) โดยมุ่งตอบสนองต่อวัตถุประสงค์ด้านสิ่งแวดล้อม 6 ประการ ดังนี้:

  1. การลดผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (Climate Change Mitigation)
  2. การปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (Climate Change Adaptation)
  3. การใช้และการคุ้มครองทรัพยากรทางทะเลและน้ำอย่างยั่งยืน (Sustainable Use and Protection of Marine and Water Resources)
  4. การส่งเสริมความยืดหยุ่นของทรัพยากรและการเปลี่ยนผ่านสู่เศรษฐกิจหมุนเวียน (Transition to a Circular Economy)
  5. การป้องกันและควบคุมมลพิษ (Pollution Prevention and Control)
  6. การคุ้มครองและฟื้นฟูความหลากหลายทางชีวภาพและระบบนิเวศ (Protection and Restoration of Biodiversity and Ecosystems)

ปัจจุบัน คณะกรรมการ Thailand Taxonomy ซึ่งนำโดยธนาคารแห่งประเทศไทย (BOT) และสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (SEC) ได้ขับเคลื่อนการดำเนินงานมาอย่างต่อเนื่องจนครอบคลุม 6 ภาคเศรษฐกิจหลัก:

  • ระยะที่ 1 (มิถุนายน พ.ศ. 2566): มุ่งเน้นไปที่ภาคเศรษฐกิจที่มีการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสูง 2 ภาคแรก ได้แก่ ภาคพลังงาน และ ภาคการขนส่ง
  • ระยะที่ 2 (27 พฤษภาคม พ.ศ. 2568): ขยายผลไปยังอีก 4 ภาคเศรษฐกิจสำคัญ ได้แก่ ภาคเกษตรกรรม ภาคการก่อสร้างและอสังหาริมทรัพย์ ภาคการผลิต และภาคการจัดการของเสีย ซึ่งผ่านกระบวนการรับฟังความคิดเห็นจากทุกภาคส่วนอย่างรอบด้าน ทั้งภาครัฐ เอกชน ประชาสังคม และองค์กรระดับนานาชาติ

แม้ว่าในปัจจุบันภาคผู้ให้บริการด้านสุขภาพ (Healthcare Providers) จะยังไม่ได้ถูกบรรจุเป็นภาคเศรษฐกิจที่มีเกณฑ์เฉพาะภายใต้ข้อกำหนดของ Thailand Taxonomy และยังไม่มีกฎหมายบังคับให้ BDMS ต้องเปิดเผยสัดส่วนรายได้ หรือรายจ่ายลงทุน (CapEx/OpEx) ตามกรอบดังกล่าว

อย่างไรก็ดี ด้วยความตระหนักในบทบาทหน้าที่ด้านสิ่งแวดล้อมและการพัฒนาอย่างยั่งยืน BDMS ได้เล็งเห็นว่ากิจกรรมหลักและห่วงโซ่คุณค่าหลายส่วนในธุรกิจของบริษัท มีความเกี่ยวพันอย่างใกล้ชิดกับ 6 ภาคเศรษฐกิจหลักภายใต้ Taxonomy ปัจจุบัน ดังนี้

ภาคเศรษฐกิจภายใต้ Taxonomy กิจกรรมและการดำเนินงานที่เกี่ยวข้องของ BDMS

ภาคพลังงาน

การเพิ่มประสิทธิภาพการใช้พลังงานในโรงพยาบาล และการลงทุนติดตั้งพลังงานหมุนเวียน (เช่น Solar Rooftop)

ภาคการขนส่ง

การปรับปรุงระบบเคลื่อนย้ายผู้ป่วยและโลจิสติกส์ทางการแพทย์ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม

ภาคการก่อสร้างและอสังหาริมทรัพย์

การพัฒนาและปรับปรุงอาคารโรงพยาบาลตามมาตรฐานอาคารสีเขียว (Green Building)

ภาคการผลิต

การผลิตยา เวชภัณฑ์ และผลิตภัณฑ์ทางการแพทย์ภายในเครือข่ายอย่างยั่งยืน

ภาคการจัดการของเสีย

ระบบการคัดแยกและการบริหารจัดการขยะติดเชื้อ ขยะทั่วไป และขยะรีไซเคิลอย่างเป็นระบบ

ด้วยความเกี่ยวเนื่องเหล่านี้ BDMS จึงเริ่มศึกษาประเมินกิจกรรมและค่าใช้จ่ายดังกล่าว เพื่อเตรียมจัดหมวดหมู่ให้สอดรับกับเกณฑ์ประเมินความเป็นไปได้ (Taxonomy Eligibility) และความสอดคล้องตามเกณฑ์ (Taxonomy Alignment) อย่างเหมาะสมในอนาคต

BDMS มุ่งมั่นที่จะเป็นกลไกสำคัญในการสนับสนุนเป้าหมายการเปลี่ยนผ่านสู่สังคมคาร์บอนต่ำของประเทศไทย โดยจะยังคง:

  • ติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด: เฝ้าระวังความคืบหน้าเชิงนโยบายจากธนาคารแห่งประเทศไทย สำนักงาน ก.ล.ต. ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET) และหน่วยงานกำกับดูแลที่เกี่ยวข้อง
  • เตรียมความพร้อมด้านข้อมูล: พัฒนาระบบรวบรวมข้อมูลภายในและประเมินขีดความสามารถในการจำแนกกิจกรรมและค่าใช้จ่ายตามเกณฑ์ Thailand Taxonomy
  • ยกระดับสู่มาตรฐานสากล: ศึกษาเปรียบเทียบกับกรอบการดำเนินงานระดับสากลอื่น ๆ เช่น EU Taxonomy และ ASEAN Taxonomy เพื่อวางรากฐานการดำเนินงานด้าน ESG ของ BDMS ให้เข้มแข็งและน่าเชื่อถือในเวทีโลก

ข้อมูลปรับปรุง ณ เดือนพฤษภาคม พ.ศ. 2569

อ่านข้อมูลเพิ่มเติม: